สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ว่า ไบต์แดนซ์ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่กรุงปักกิ่ง และเป็นบริษัทแม่ของแอปพลิเคชัน ติ๊กต็อก ออกแถลงการณ์เป็นภาษาจีน ว่ารายงานของสื่อต่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งระบุว่า ไบต์แดนซ์กำลังแสวงหาช่องทาง และโอกาสที่จะขายกิจการในสหรัฐนั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” เนื่องจาก “ไบต์แดนซ์ไม่เคยมีแผนขายกิจการของติ๊กต็อก”


ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนามให้ “กฎหมายปกป้องชาวอเมริกัน จากแอปพลิเคชันที่ควบคุมโดยศัตรูต่างชาติ” มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในสัปดาห์นี้

ทว่าเป็นที่ทราบกันดีว่า กฎหมายดังกล่าวคือ “กฎหมายแบนติ๊กต็อก” เนื่องจากระบุชัดเจนว่า ไบต์แดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ต้องยุติการครอบครองกรรมสิทธิ์เหนือแอปพลิเคชันนี้ ภายในระยะเวลา 9 เดือน นับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้


อย่างไรก็ดี อาจมีการต่อเวลาให้แก่ติ๊กต็อกอีก 3 เดือน หากกระบวนการซื้อขายยังไม่เสร็จสิ้น แต่ในกรณีไม่มีการดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ติ๊กต็อกจะไม่สามารถเข้าถึงได้ในสหรัฐอีกต่อไป โดยเนื้อหาของกฎหมายระบุ “เหตผลทางความมั่นคง” ว่าจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนในสหรัฐ ผ่านแพลตฟอร์มของติ๊กต็อก


ด้านนายโซ่ว จื่อ โจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของติ๊กต็อก กล่าวว่า ติ๊กต็อกจะยื่นคำร้องต่อศาลในสหรัฐ เพื่อขอปกป้องสิทธิของตนเองตามรัฐธรรมนูญ.

เครดิตภาพ : AFP