ศึกยูโร 2024 นัดส่งท้าย รอบแรก กลุ่ม A ที่สนาม แฟรงค์เฟิร์ต อารีนา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทีมชาติเยอรมนี ซึ่งคว้าชัยมา 2 เกมรวดมี 6 คะแนนเต็มการันตีการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว มีคิวลงสนามพบกับ สวิตเซอร์แลนด์ ที่เก็บไปแล้ว 4 คะแนน โดยผู้ชนะจะคว้าแชมป์กลุ่มไปครองทันที

)

ครึ่งแรก เยอรมนี เปิดฉากลุยแหลก และเกือบได้ประตูขึ้นนำก่อน เมื่อ โรเบิร์ต อัลดริช ส่องไกลเข้าไปตุงตาข่ายในนาทีที่ 17 ทว่าถูกริบประตูคืน หลังห้อง VAR แจ้งมายังผู้ตัดสินว่า มีการทำฟาวล์เกิดขึ้นก่อนแล้ว

จากนั้นนาทีที่ 28 กลายเป็น สวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่ เรโม ฟรอยเลอร์ เปิดให้ แดน เอ็นดอย พุ่งเข้ามาชาร์จเปลี่ยนทางบอลเสียบเสาแรกเข้าไป

ครึ่งหลัง เยอรมนี พับสนามบุก และตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จจากการโหม่งของ นิคลาส ฟูลล์ครุก หัวหอกตัวสำรอง ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 จากนั้นไม่มีใครทำอะไรกันได้อีกจบเกม เยอรมนี เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 มี 7 คะแนนจาก 3 นัดคว้าแชมป์กลุ่ม A ไปครอง ส่วน ทีมเมืองนาฬิกา มี 5 คะแนนผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม

ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ทีมชาติฮังการี โชว์ลูกฮึดเชือด สกอตแลนด์ ลงได้หวุดหวิด 1-0 จากประตูชัยในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+10 ของ เควิน โซโบธ ทำให้ ขุนพลแม็กยาร์ มี 3 คะแนนจาก 3 นัดคว้าอันดับ 3 ไปครอง และยังมีลุ้นเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด ส่วน ทีมวิสกี มีแต้มเดียวรั้งอันดับบ๊วย และต้องเก็บของกลับบ้านตามระเบียบ .

ภาพ AFP, gettyimages