สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ว่า นายโธมัส แอนดรูว์ส ผู้จัดทำรายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา กล่าวกับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ในภาคตะวันตกของเมียนมา
“สถานการณ์ในรัฐยะไข่ ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมา กำลังสูญเสียดินแดนให้กับกองกำลังอาระกัน (เอเอ) อย่างรวดเร็วนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะสำหรับชาวโรฮีนจาที่ถูกกดขี่, กลายเป็นแพะรับบาป, ถูกเอารัดเอาเปรียบ และอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนถึงเหตุการณ์ที่นำไปสู่ความรุนแรงจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เมื่อปี 2559-2560” แอนดรูว์ส กล่าว
Myanmar's Rakhine State is facing a terrifying situation similar to the run up to "genocidal violence" eight years ago against Rohingya, a UN expert warns
— TRT World (@trtworld) July 4, 2024
???? https://t.co/w3bDL88AMp pic.twitter.com/d2SLujcvg4
ทั้งนี้ แอนดรูว์ส ระบุเสริมว่า กองทัพเมียนมาทำการเกณฑ์เยาวชนชาวโรฮีนจาหลายพันคนเป็นทหาร และระดมกำลังพวกเขาเพื่อต่อสู้กับกลุ่มเอเอ
“แม้ชายหนุ่มชาวโรฮีนจาจำนวนมาก ถูกพาตัวไปยังแนวหน้าของความขัดแย้งโดยไม่สมัครใจ แต่ความเสี่ยงของการโต้ตอบจากสมาชิกกลุ่มเอเอ และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น มีอยู่อย่างมหาศาล” แอนดรูว์ส กล่าวเตือน
ยิ่งไปกว่านั้น แอนดรูว์ส ยังกล่าวว่า มีรายงานเชื่อมโยงทหารกลุ่มเอเอ กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อพลเรือนชาวโรฮีนจา ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ด้านมนุษยชนสำหรับชาวโรฮีนจา และประชาชนในรัฐยะไข่ อยู่ในระดับ “เลวร้ายอย่างยิ่ง” ซึ่งเขาชี้ว่า รัฐยะไข่มีผู้พลัดถิ่นหลายหมื่นคน หรืออาจถึงหลายแสนคน.
เครดิตภาพ : AFP



