สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า เหตุกราดยิงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย โดยเป็นชาวปากีสถาน 4 ราย และชาวอินเดียกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโอมาน อย่างละ 1 ราย อีกทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 28 คน
เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่กลุ่มไอเอส อ้างตัวว่าเป็นผู้เบื้องหลังปฏิบัติการโจมตีโอมาน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
Sad news from Oman, where the Islamic State claimed a mass shooting attack on Shiite worshipers in Muscat, a normally-quiet city in a diverse Gulf country that prides itself on religious tolerance.
— Vivian Nereim (@viviannereim) July 17, 2024
4 Pakistani residents killed, 1 Indian, and 1 policeman:https://t.co/Biz11lPuPm
อนึ่ง ประเทศเพื่อนบ้านของโอมาน อย่างยูเออี แสดงการประณามอย่างรุนแรงต่ออาชญากรรมเหล่านี้ และไม่ยอมรับความรุนแรงทุกรูปแบบอย่างถาวร โดยกระทรวงการต่างประเทศของยูเออี ระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีครั้งนี้ บ่อนทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพ และเป็นอันตรายต่อชีวิตของชาวโอมาน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรน เรียกการกราดยิงดังกล่าวว่าเป็น “การโจมตีร้ายแรง” ที่ขัดต่อค่านิยมทางศาสนาและศีลธรรมทั้งหมด และมีเป้าหมายเพื่อทำลายความมั่นคง และเสถียรภาพของโอมาน
ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย ยกย่องทางการโอมาน ที่สามารถจัดการกับเหตุกราดยิงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ นายจาเซม อัล-บูไดวี เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) กล่าวยืนยันความสนับสนุน และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างเต็มที่ของประเทศสมาชิกจีซีซี.
เครดิตภาพ : AFP



