สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า อินเดียมีความสัมพันธ์ที่น่ากังวลกับปากีสถาน และกล่าวหาอีกฝ่ายมานานหลายสิบปีว่า รัฐบาลอิสลามาบัดสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธซึ่งต่อสู้ในรัฐชัมมูและกัศมีร์ หรือภูมิภาคแคชเมียร์ ขณะที่ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น และระบุว่าให้การสนับสนุนทางการทูตและกำลังใจ แก่ชาวแคชเมียร์ที่ต้องการกำหนดอนาคตตนเอง
ความคิดเห็นของโมดี มีขึ้นระหว่างงานรำลึกครบรอบ 25 ปี ของความขัดแย้งทางทหารระยะสั้น ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน ในภูมิภาคคาร์กิล และเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์โจมตีของกลุ่มติดอาวุธในรัฐชัมมูและกัศมีร์ ซึ่งมีทหารอินเดียเกือบ 12 นาย เสียชีวิตในปีนี้ โดยผู้นำอินเดียกล่าวว่า ปากีสถานไม่เรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์เลย
“ผมอยากบอกกับผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ว่า แผนการชั่วร้ายของพวกเขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ส่วนกองกำลังที่กล้าหาญของเรา จะทำลายการก่อการร้าย และศัตรูจะถูกตอบโต้ตามที่สมควร” โมดี กล่าวเพิ่มเติม
Prime Minister #NarendraModi said that #Pakistan had not learned any lessons from its past and was trying to stay relevant through 'terrorism and proxy war'
— The Times Of India (@timesofindia) July 26, 2024
More details https://t.co/cuYxnEInNz pic.twitter.com/yNHeKCLKSM
อนึ่ง ความสัมพันธ์อินเดีย-ปากีสถาน หยุดชะงักเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากทั้งสองประเทศต่างลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตแบบโต้ตอบกัน เมื่อเดือน ส.ค. 2562 หลังรัฐบาลนิวเดลีเพิกถอน “สถานะพิเศษ” ของภูมิภาคแคชเมียร์ และแบ่งรัฐดังกล่าวออกเป็นดินแดนสหภาพ 2 แห่งใหม่
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็ตึงเครียดมากขึ้น หลังเหตุระเบิดพลีชีพต่อคาราวานทหารอินเดีย ในภูมิภาคแคชเมียร์ มีร่องรอยที่สาวถึงกลุ่มติดอาวุธในปากีสถาน ส่งผลให้ฝ่ายอินเดีย ดำเนินการโจมตีทางอากาศใส่ฐานทัพของกลุ่มดังกล่าวในปากีสถาน ในเวลาต่อมา.
เครดิตภาพ : AFP



