กรณี พบรอยเท้าเสือโคร่งขนาดใหญ่ วัดรอยได้กว้างประมาณ 9 เซนติเมตร ยาวประมาณ 14 เซนติเมตร ภายในไร่มันสำปะหลังด้านทิศใต้ชุมชนบ้านไผ่ หมู่ 4 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ห่างจากแหล่งชุมชนเพียง 2 กิโลเมตรเศษ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก และทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน รวมถึงภาคส่วนต่างๆ ได้ระดมกำลังกันค้นหาเพื่อผลักดันเสือตัวดังกล่าวให้กลับเข้าสู่ป่ามาอย่างต่อเนื่องนั้น
ชาวครบุรีผวาหนัก! รอยเท้า ‘เสือโคร่ง’ตัวเขื่อง โผล่อีกใกล้ชุมชนบ้านไผ่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน จัดกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอครบุรี และผู้นำชุมชนกว่า 50 นาย แบ่งกำลังออกเป็น 4 ชุด ลาดตระเวนติดตามร่องรอยเสือโคร่งที่เชื่อได้ว่าน่าจะยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่ และล่าสุดผลจากการลาดตระเวนดังกล่าว พบรอยเท้าเสือโคร่งบริเวณหลังวัดซับปุยและร่องรอยโขลงช้างป่า บริเวณป่าชุมชนหลังวัดซับปุย-เขาแคบ-เขาขาด ซึ่งบริเวณชายป่าส่วนใหญ่ติดกับพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน จึงสันนิษฐานว่าเสือโคร่งที่ออกมาหากินในบริเวณดังกล่าว น่าจะติดตามโขลงช้างป่าที่ออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนซึ่งมีลูกช้างรวมอยู่ในโขลงด้วย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งประชุมหารือในการปฏิบัติภารกิจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ เพื่อเร่งผลักดันเสือโคร่งกลับเข้าสู่พื้นที่ป่าเป็นไปในแนวทางเดียวกันและมีประสิทธิภาพสูงสุด

มาครบ! ทับลานสุดวุ่น ช้าง-เสือ บุกที่ทำกิน-ทำร้ายชาวบ้าน
นายประวัติศาสตร์ กล่าวว่า เสือโคร่งตัวดังกล่าว อาจจะเป็นเสือโคร่งตัวเดียวกันที่ก่อเหตุกัดกระบือของชาวบ้านตาย 2 ตัว และบาดเจ็บอีก 1 ตัว ในพื้นที่บ้านตลิ่งชัน ต.จระเข้หิน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบรอยเท้าเสือล่าสุด เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ย.ผ่านมา และคาดว่าเสือตัวนี้น่าจะเป็นเสือที่ถูกแย่งพื้นที่หากินจนต้องออกมาหาอาณาเขตล่าใหม่ ประกอบกับในช่วงนี้สภาพป่าชั้นในกลายเป็นป่าดงดิบเหลือแหล่งอาหารของสัตว์ที่จะเป็นเหยื่อของเสือลดน้อยลง สัตว์เหยื่อก็ทยอยออกมาหากินในป่าชั้นนอก และเสือโคร่งตัวนี้ก็อาจจะติดตามสัตว์เหยื่อออกมาด้วยเช่นเดียวกัน





