เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิด รพ.สนามเลิดสิน กรมการแพทย์ ขนาด 200 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดว่าสถานการณ์โรคโควิดพื้นที่ กทม.มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับมีแนวทางการดูแลผู้ป่วยที่บ้านและที่ชุมชน ทำให้ สธ. ปิด รพ.บุษราคัม, ศูนย์แรกรับและส่งต่อนิมิบุตร รวมถึงปิดฮอสพิเทลหลายแห่ง แม้เครือข่าย รพ.ใน กทม.มีเตียงพอ แต่เพื่อรองรับหากมีผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น กรมการแพทย์จึงเปิด รพ.สนามเลิดสิน ขนาด 200 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดอาการสีเหลือง-สีแดง รวมถึงเป็นศูนย์แรกรับและส่งต่อด้วย

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยความคืบหน้าการจัดซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ ว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจร่างสัญญาแล้วอาจเสนอเข้า ครม.สัปดาห์หน้า เพื่ออนุมัติงบประมาณจัดซื้อและคาดยาลอตแรกน่าจะเข้าไทยช่วง ม.ค. 2565
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) (ศบค.) สรุปภาพรวมสถานการณ์โควิดประเทศไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ 9,122 ราย, ติดเชื้อสะสม 1,802,934 ราย, หายป่วยเพิ่ม 10,731 ราย, อยู่ระหว่างรักษาตัว 105,546 ราย ในจำนวนนี้อาการหนัก 2,762 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 631 ราย, เสียชีวิตเพิ่ม 71 ราย รวมเสียชีวิตสะสม 18,407 ราย, อัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564-18 ต.ค. จำนวน 66,592,321 โด๊ส เป็นเข็ม 1 จำนวน 38,137,096 ราย คิดเป็น 52.9%, เข็ม 2 จำนวน 26,474,522 ราย คิดเป็น 36.8 %, เข็ม 3 จำนวน 1,980,703 ราย คิดเป็น 2.7 %
สำหรับ 10 จังหวัดที่มีการติดเชื้อรายใหม่มากที่สุดคือ กทม. 1,037 ราย, ปัตตานี 621 ราย, นครศรีธรรมราช 602 ราย, สงขลา 498 ราย, ยะลา 455 ราย, นราธิวาส 453 ราย, ชลบุรี 310 ราย, สมุทรปราการ 299 ราย, ประจวบคีรีขันธ์ 238 ราย และ ระยอง 229 ราย
อย่างไรก็ตาม สำหรับ สถานการณ์การติดเชื้อใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ สงขลา, ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส มีผู้ป่วย 2,027 ราย คิดเป็น 23% สูงกว่าสถานการณ์ระบาด กทม. และปริมณฑล ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรวม 1,646 ราย คิดเป็น 18% ส่วน 67 จังหวัดมีการติดเชื้อรวม 5,326 ราย คิดเป็น 59%.

















