สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ว่า สุขภาพของแหล่งน้ำในทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับภัยคุกคาม หลังผลการศึกษาพบว่า น้ำผิวดินเพียงร้อยละ 37 ผ่านการทดสอบคุณภาพทางระบบนิเวศในเกณฑ์ดีหรือสูง และมีแหล่งน้ำเพียงร้อยละ 29 ที่มีสถานะทางเคมีดีในช่วงปี 2558-2564
???? BREAKING: Europe's water crisis demands urgent action!????
— EEB (@Green_Europe) October 15, 2024
New report from @EUEnvironment shows water is still under severe pressure, with little progress made since 2009… The time to act is NOW!⏰
➡️https://t.co/BnbT2G335D
Our full joint reaction ➡️ https://t.co/XOkm8BPNlW pic.twitter.com/NtcyFS5UYx
อย่างไรก็ดี น้ำบาดาลซึ่งเป็นแหล่งน้ำดื่มส่วนใหญ่ของทวีปมีสถานะดีขึ้น โดยร้อยละ 77 มีสถานะทางเคมีในระดับดี ซึ่งหมายถึงการปราศจากมลพิษจากสารเคมีและสารพิษ อาทิ สารเคมีตลอดกาล (พีเอฟเอเอส) และไมโครพลาสติก
น้ำผิวดินถูกคุกคามจากมลพิษทางอากาศ เช่น การเผาถ่านหิน, ท่อไอเสียจากรถยนต์ และอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งปล่อยของเสียที่ทำให้ดินปนเปื้อน ดังนั้น “ยุโรปจำเป็นต้องเพิ่มแนวทางปฏิบัติทางเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืน และนิเวศเกษตรมากขึ้น” รายงานเสนอ
ตัวเลขดังกล่าวมาจากการวิเคราะห์แหล่งน้ำผิวดิน 120,000 แห่ง และพื้นที่แหล่งน้ำใต้ดิน 3.8 ล้านตารางกิโลเมตร ใน 19 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และนอร์เวย์ ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกอีอีเอ ลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชลงครึ่งหนึ่งภายในปี 2573.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



