สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า แถลงการณ์โดยกระทรวงสาธารณสุขและการป้องกันโรคของสหราชอาณาจักร ระบุว่า เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง เมื่อพบว่า 1 ใน 4 ของประชากรเด็กอายุ 11-15 ปี ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในปีที่แล้ว
แผนการแบนบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้ครั้งเดียว ได้รับการประกาศครั้งแรก เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรชุดก่อน แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ จนกระทั่งมีการเปลี่ยนขั้วการเมือง หลังการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดใหม่จากพรรคแรงงานสานต่อนโยบายดังกล่าว
BREAKING: We are banning single-use vapes.
— Defra UK (@DefraGovUK) October 24, 2024
With around five million vapes discarded every week in the UK, this ban will be a crucial first step on the road to a circular economy.
Learn more: https://t.co/D0AlZChliR
#ZeroWaste pic.twitter.com/X074bjdPY7
กวินน์เรียกกฎหมายนี้ว่าเป็น “การแทรกแซงด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุด” พร้อมเสริมว่า จะเป็นการปกป้องเยาวชน จากการติดนิโคติน และปูทางให้สหราชอาณาจักร ก้าวสู่การเป็น “ประเทศปลอดควัน” ในอนาคต
ตามข้อมูลของรัฐบาลสหราชอาณาจักร การใช้บุหรี่ไฟฟ้าเฉพาะในอังกฤษ เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 400 ระหว่างปี 2555-2566 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.1 ของประชากรทั้งหมดในปัจจุบัน
มาตรการดังกล่าวจะมีผลในอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ปีหน้า ในระหว่างนี้มีการประสานงานร่วมกับรัฐบาลของเวลส์, สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้พร้อมกันในสหราชอาณาจักร.
เครดิตภาพ : AFP



