สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ว่า นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือที่ระดับ 4.50-4.75%
มติดังกล่าวของเฟด เป็นไปตามที่ทุกฝ่ายคาดการณ์ไว้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2.4% เข้าใกล้เป้าหมายของเฟดมากขึ้น ซึ่งกำหนดไว้ที่ 2.0% และสัญญาณจากตลาดแรงงานซึ่งมีความผ่อนคลายมากขึ้น
REPORTER: Do you believe the president has the power to fire or demote you?
— Aaron Rupar (@atrupar) November 7, 2024
JEROME POWELL: Not permitted under the law pic.twitter.com/7rETSl6du9
ขณะเดียวกัน พาวเวลล์กล่าวว่า “ยังเร็วเกินไป” ที่จะให้ความเห็นตั้งแต่ตอนนี้ เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและการเงินของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะเป็นการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นสมัยที่สอง
นอกจากนี้ พาวเวลล์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด เมื่อเดือน พ.ย. 2560 ตรงกับรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก กล่าวว่า เขาจะดำรงตำแหน่งจนครบวาระ หมายความว่า จะไม่มีทางลาออกจากตำแหน่งก่อนกำหนด พร้อมทั้งย้ำว่า ประธานาธิบดีสหรัฐและทำเนียบขาว “ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย” ในการปลดหรือกดดันให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดต้องลาออก
ทั้งนี้ วาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดอยู่ที่ 5 ปี และสามารถต่อวาระได้ 1 ครั้ง ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน แต่งตั้งให้พาวเวลล์ดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัย หมายความว่า จะครบวาระในช่วงปลายปี 2569
แม้ทรัมป์แต่งตั้งพาวเวลล์ให้เป็นประธานเฟดเอง แต่ต่อมากลับวิจารณ์การทำงานของเฟดมากขึ้น และมีรายงานออกมาเป็นระยะ ว่าในสมัยดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยแรก ทรัมป์ปรึกษากับหลายฝ่าย เกี่ยวกับการเพิ่มบทบาทของทำเนียบขาวต่อเฟด และจนถึงตอนนี้ยังคงมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่.
เครดิตภาพ : AFP



