สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ว่านายจอห์น โพเดสตา ผู้แทนด้านสภาพอากาศของประธานาธิบดีโจ ไบเดน และทีมงานของเขา จะยังคงเป็นตัวแทนด้านนโยบายที่เกี่ยวข้อง ในนามรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบัน ต่อไปจนถึงเดือน ม.ค. 2568

อย่างไรก็ตาม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำสหรัฐคนต่อไป เตรียมลดการดำเนินการของอเมริกา ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ ทรัมป์ให้คำมั่นว่า จะนำสหรัฐออกจากความตกลงปารีสปี 2558 อีกครั้ง ขณะที่กลุ่มล็อบบี้ยิสต์อนุรักษนิยมกำลังกดดันให้ทรัมป์นำสหรัฐออกจากอนุสัญญา ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะไม่เพียงแต่ยกเลิกพันธกรณีภายใต้ความตกลงปารีสเท่านั้น แต่ยังยกเลิกการเจรจาเกี่ยวกับสภาพอากาศโลกทั้งหมดอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวอีกว่า จะยกเลิกกฎระเบียบของสหรัฐ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยมลพิษสูง, เพิ่มการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และยกเลิกโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของรัฐบาลกลางหลายโครงการ รวมถึงนโยบายด้านสภาพอากาศอันถือเป็น “สัญลักษณ์” ของไบเดน อาทิ พ.ร.บ.ลดเงินเฟ้อ 

ความทะเยอทะยานและความมุ่งมั่นที่ต่ำลงของสหรัฐในเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำให้บรรดานักการเมืองที่ไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลก มีความกล้ามากขึ้น และบางคนอาจมองเห็นโอกาสในการยกเลิกคำมั่นสัญญาที่มีอยู่

อย่างไรก็ดี การหยุดชะงักของนโยบายสิ่งแวดล้อมจากสหรัฐ อาจทำให้การลงทุนช้าลง แต่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสุทธิเป็นศูนย์จะยังคงดำเนินต่อไป ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศจึงยังคงดำเนินการตามเป้าหมายต่อไป โดยไม่คำนึงว่าสหรัฐจะนิ่งเฉยหรือไม่ ขณะที่ในสหรัฐ ความคิดริเริ่มในระดับรองจากภาคธุรกิจและรัฐบาล อาจช่วยชดเชยความเสียหายบางส่วน ที่รัฐบาลทรัมป์ชุดใหม่จะก่อขึ้นได้

ทั้งนี้ทั้งนั้น นโยบายของไบเดนอาจไม่ถูกยกเลิกทั้งหมดเช่นกัน ยกเว้นกฎหมายลดอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งทรัมป์ระบุว่า “เป็นการหลอกลวง”.

เครดิตภาพ : AFP