นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ได้เปิดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD ทุเรียนดิจิทัล) เพื่อช่วยเกษตรกรได้ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อยกระดับการเพาะปลูกทุเรียน ที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยปัจจุบันเกษตรกรไทยปลูกทุเรียนจำนวน 1.6 แสนครัวเรือน มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 1.02 ล้านไร่ และมีผลผลิตทุเรียนประมาณ 1.53 ล้านตัน แต่ปัจจุบันเกษตรกรมีปัญหาเรื่องการหาตลาด การควบคุมคุณภาพผลผลิต และโดนประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม และ มาเลเซียแย่งตลาดส่งออก โดยเฉพาะไปประเทศจีนที่เป็นตลาดใหญ่
“กระทรวงดีอี ตอบรับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมความเป็นอยู่เกษตรให้ดีขึ้น ได้เร่งดำเนินการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมาย ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย โดยใช้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” นำเทคโนโลยีด้านการเกษตร มาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตรและอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางเกษตรกรรม รวมถึงการคว้าโอกาสในตลาดใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก และเร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งเพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร”

ด้าน นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD ทุเรียนดิจิทัล) ต้องการที่จะส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนทุเรียนประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อจดบันทึกข้อมูลติดตามย้อนกลับการเพาะปลูกทุเรียนมากกว่า 6,000 ราย ภายในระยะเวลาถึง 2 ปี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นบิ๊ก ดาต้า ด้านการเกษตร โดยเฉพาะทุเรียน พร้อมเพิ่มองค์ความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซ และการยื่นขอรับรองมาตรฐานข้อกำหนดของการผลิตทางการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (จีเอพี) แก่เกษตรกรมากกว่า 12,000 รายในพื้นที่ 23 จังหวัด พร้อมสนับสนุนให้เกิดแพลตฟอร์มกลางเพื่อการเกษตรของประเทศ
“โครงการนี้ใช้งบประมาณ 90 ล้านบาท ในระยะเวลา 2 ปี โดยจะเปิดรับเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนเข้าร่วมโครงการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ และสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการก็ผ่านการขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล และได้รับตราสัญลักษณ์รับรองมาตรฐานดีชัวร์ ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จจะช่วยให้ไทยส่งออกทุเรียนได้เป็นอันดับ 1 ของโลก ด้วยมูลค่า 19,825 ล้านบาท ปริมาณผลผลิต 1.52 แสนตัน” นายณัฐพล กล่าว



