“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย อันดับ 96 ของโลก ทำได้แค่เสมอ ทีมชาติลาว 1-1 ในฟุตบอลอุ่นเครื่อง เมื่อวันที่ 17 พ.ย.67 ที่ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนบอลว่า แม้ทีมไทยจะไม่ได้ใช้นักเตะชุดใหญ่สุด แต่ก็น่าจะเอาชนะได้ไม่ลำบาก ซึ่งเสียงวิจารณ์นี้ มีมาตั้งแต่การเลือกทีมลาวเป็นคู่ต่อกรแล้ว

แต่ย้อนอดีตจะเห็นว่า ผลงานของทีมชาติไทย กับทีมชาติลาว ไม่ได้ข่มกันเลยในระยะหลัง แม้ลาวชนะไทยไม่ได้ 55 ปี แต่เจอช่วงหลัง ไทย หืดจับตลอด

โดยนับตั้งแต่ ลาว บุกชนะไทย 4-3 ในคิงส์คัพ ปี 1969 จากนั้น 8 นัดต่อมา ไทยชนะรวด กระทั้งถึง อาเซียนคัพ ปี 2008 ยังถล่ม 6-0

แต่จากนั้น 3 นัด เป็นงานยากทุกนัด

อาเซียนคัพ 2010 ที่อินโดนีเซีย เจอกันนัดแรก เสมอ 2-2 ชนิดที่ไทยต้องตามหลังทั้ง 2 ครั้ง แต่ “โจ้ 5 หลา” ศรายุทธ ชัยคำดี ยิง 2 ประตูเซฟชีวิต โดยมายิงตีเสมอนาทีสุดท้ายด้วย เกือบตายไปแล้ว (แต่หนนั้นไทย ควง ลาว ตกรอบแรก)

นัดต่อมา ปี 2012 อุ่นเครื่องที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในยุค วินฟรีด เชเฟอร์ คุมทัพ ลาว ออกนำก่อน 1-0 จาก โสภา สายสะนะ ตั้งแต่นาทีที่ 8 ก่อนที่ไทยจะฮึดแซงชนะ 2-1 จาก สุรชาติ สารีพิมพ์ นาทีที่ 69 และมาได้จุดโทษท้ายเกม ธีราทร บุญมาทัน ยิงเข้าไป นาทีที่ 86

ไทยชนะ 2-1 ประตูชัยจากจุดโทษ นาทีที่ 86

กระทั่งล่าสุด เกมอุ่นเครื่องที่ธรรมศาสตร์ สเตเดียม ที่ เสกสรรค์ ราตรี ยิงให้ไทยนำก่อน นาทีที่ 60 แต่โดน บุนพะจัน บุนกอง วอลเลย์สุดสวยไฟลุก ตีเสมอใน 9 นาทีต่อมา ก่อนเสมอ 1-1

สรุปแล้ว บอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ เจอทีมชาติลาวชุดใหญ่ 3 นัดหลัง

ปี 2010 เสมอ 2-2

ปี 2012 ไทยแซงชนะในบ้าน 2-1

ปี 2024 เสมอในบ้านไทย 1-1

เรียกว่าสูสี คู่คี่

ไทยเจอลาวไม่ใช่ง่ายเหมือนที่มโนกัน ยิ่งมาเจอเกมรับมีวินัย สู้ไม่ถอย อยากเอาชนะ อยากสู้ไทยให้ได้

ช้างศึก จึงไม่ได้เหนือชั้นเลย

เจอกับทีมชาติลาว

หืดจับมาตั้งแต่ ปี 2010

หืดจับมา 14 ปีแล้ว!