เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 (แขวงพระนครใต้) พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ นัดส่งตัว นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ แกนนำ นปช. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ หรือมารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือปูน ทะลุฟ้า พร้อมพวกรวมกว่า 10 คน ในความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีจัดกิจกรรมคาร์ม็อบปราศรัยขับไล่รัฐบาล ที่แยกอโศก ที่ผ่านมา ให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวงพิจารณาสำนวน

นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนนำสำนวนมาส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสำนวน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้มีประมาณ 13-14 คน แต่ในวันนี้พนักงานอัยการจะรับสำนวนไว้เฉพาะกรณีรายที่ตัวมาปรากฏและเอกสารครบถ้วนเรียบร้อย ส่วนรายที่ยังไม่เรียบร้อยก็คืนสำนวนให้ทางพนักงานสอบสวนทำมายื่นใหม่ โดยทางพนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งคดีวันที่ 28 ต.ค. และวันที่ 1 พ.ย. ตามกำหนดครบผัดฟ้องฝากขังแต่ละราย
ด้าน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า มาพบอัยการตามนัดของพนักงานสอบสวน กรณีจัดกิจกรรมคาร์ม็อบและเวทีปราศรัย บริเวณแยกอโศก ซึ่งมีหลายหมายหลายคดีที่นัดมาในวันเดียวกัน เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าขั้นตอนอัยการจะเป็นอย่างไร จะสั่งฟ้องในวันนี้หรือเลื่อนนัดฟังคำสั่ง เท่าที่ทราบมีผู้ถูกกล่าวหาประมาณ 20 คน รวมแล้วร่วม 10 คดี ต่างกรรมต่างวาระแล้วแต่เจ้าหน้าที่จะกล่าวหา หลายคนไม่ควรถูกดำเนินคดี เช่น นางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ มารดานายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน ที่ออกมาแสดงออกเพราะเป็นทุกข์ที่ลูกชายถูกดำเนินคดี ไม่ได้ออกมาสร้างความเสียหายแต่อย่างใด หรือ น.ส.สิตานัน ที่น้องชายอย่าง นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกอุ้มหาย จึงพยายามผลักดัน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หรือ พ.ร.บ.อุ้มหาย ให้สังคมตระหนักรู้
“ผมจัดกิจกรรมโดยปราศจากอาวุธ ไม่มีความรุนแรง ไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 กิจกรรมเริ่มและจบตามที่ได้เผยแพร่ต่อสาธารณะ และแจ้งกับเจ้าหน้าที่” นายณัฐวุฒิ กล่าวและว่า รัฐควรทบทวนการปฏิบัติ เคารพสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานกับประชาชน หากให้เหตุผลว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าว ผู้มีอำนาจไม่อนุญาตให้กระทำ การดำเนินคดีกับตนเองและ บก.ลายจุด ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นดำเนินคดีแบบเหวี่ยงแห หรือใช้กฎหมายรังแกประชาชน



