เมื่อวันที่ 22 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Library Talk เรื่อง สุ จิ ปุ ลิ : 4 กุญแจสู่การเรียนรู้และการพัฒนาตนเองในยุคดิจิทัล โดยกล่าวปาฐกถา ตอนหนึ่งว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในดำริของที่มุ่งหวังจะเห็นห้องสมุดแห่งนี้มีการลงทุนที่คุ้มค่า หากกล่าวถึงหัวใจของนักปราชญ์ตามหลักการเรียนรู้แต่โบราณ เราย่อมคุ้นเคยกับหลัก “สุ จิ ปุ ลิ” ซึ่งประกอบด้วย สุ (สุตะ) คือการฟังที่ดีอันจะก่อให้เกิดปัญญา จิ (จินตะ) คือการคิดอย่างมีหลักการและเหตุผล ปุ (ปุจฉา) คือการกล้าซักถามและแสดงออกอย่างเหมาะสม และ ลิ (ลิขิต) คือการเขียนและการจดบันทึก ทั้ง 4 ประการนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ในการศึกษาหาความรู้ของคนไทย แต่ในยุคปัจจุบันที่เรามีโทรศัพท์มือถือ หลักการเหล่านี้กลับถูกนำมาใช้น้อยลง การจัดโครงการ Library Talk จึงถือเป็นการริเริ่มที่สอดรับกับสถานการณ์และความทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง

นายโสภณ กล่าวว่า ในวันที่ตนแสดงวิสัยทัศน์เพื่อรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวไว้ประโยคหนึ่งว่า “ทำอย่างไรเราจึงจะผสานประสบการณ์ของผู้แทนรุ่นเก่า เข้ากับการทำงานของคนรุ่นใหม่ในยุค AI ให้เกิดความสมบูรณ์แบบ” ปัจจุบันความเจริญทางวัตถุก้าวล้ำไปมาก แต่อุปสรรคสำคัญของการใช้หลัก “สุ จิ ปุ ลิ” กลับกลายเป็นโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ตัวเรา ความง่ายดายในการค้นหาข้อมูลเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทำให้คนเราขาดความวิริยอุตสาหะ ในสมัยก่อน การค้นคว้าต้องเข้าห้องสมุด นั่งอ่าน และจดบันทึก ซึ่งกระบวนการเหล่านั้นทำให้เกิด “ปัญญา” ในขณะที่เทคโนโลยีปัจจุบันมักให้เพียง “ความรู้” ซึ่งความรู้กับปัญญานั้นไม่เหมือนกัน ตัวปัญญาที่แท้จริงจะแฝงอยู่ในกระบวนการ “สุ จิ ปุ ลิ” ถือเป็น รากฐานสำคัญที่จะทำให้กระบวนการ ฟัง คิด ถาม และเขียน สัมฤทธิ์ผล และหล่อหลอมให้เรากลายเป็นนักปราชญ์ได้



นายโสภณ กล่าวว่า “นักปราชญ์” กับ “ผู้รู้” มีความแตกต่างกัน การจะทำให้กระบวนการทั้ง 4 ประการเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยสมาธิ หากขาดสมาธิ แม้แต่การอ่านหรือการเขียนก็ไม่อาจก้าวไปได้ไกล ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ของรัฐสภาแห่งนี้ จึงไม่ได้มีไว้เพื่อประดับสภา แต่จะเป็นพื้นที่สำหรับประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังของชาติ ได้เข้ามาใช้เป็นพื้นที่บ่มเพาะปัญญา มีความมุ่งหวังว่าจะขยายแนวคิดเรื่องการอ่านและการใช้ห้องสมุดไปให้ถึงเด็กด้อยโอกาสและเด็กชายขอบ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้จัดการประกวดเขียนเรียงความอย่างต่อเนื่องเช่น การเขียนเรียงความเรื่องความรักชาติ หรือความภาคภูมิใจในสถาบันฯ เนื่องในโอกาสงานเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคมที่กำลังจะถึงนี้ เพื่อเป็นการปลูกฝังสิ่งดีงามที่บรรพบุรุษสร้างไว้



โครงการดังกล่าว สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยกลุ่มงานห้องสมุด สำนักวิชาการ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดรัฐสภา บุคคลในวงงานรัฐสภา และประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ด้วยการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านจากแหล่งสารสนเทศที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันสารสนเทศ (Information Literacy) และความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence Quotient : DQ) ผ่านการประยุกต์ใช้หลัก “สุ จิ ปุ ลิ” ได้แก่ การฟัง การคิด การตั้งคำถาม และการสังเคราะห์องค์ความรู้ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ ตรวจสอบ และใช้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของหอสมุดรัฐสภาให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และแหล่งสารสนเทศที่ทันสมัย สนับสนุนวิสัยทัศน์ SMART Parliament ตลอดจนเสริมสร้างบทบาทของหอสมุดรัฐสภาในฐานะผู้นำด้านการให้บริการสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ และส่งเสริมการอ่านที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย (Library for All).



