นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยหลังเป็นประธาน Kick Off เปิดปฏิบัติการอวสานสารเร่งเนื้อแดงว่า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการเกษตรด้วยการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรให้เข้มแข็ง และสานต่อการทำสงครามสินค้าเกษตรเถื่อน พร้อมผลักดันนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ โดยกรมปศุสัตว์ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว และบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความกินดีอยู่ดีอย่างยั่งยืน และเป็นการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญต่อคุณภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์  และอาหารสัตว์ ซึ่ง ภัยจากสารเร่งเนื้อแดง เป็นหนึ่งประเด็น ปัญหาสำคัญ  ที่สารเร่งเนื้อแดงจะตกค้างในผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ และส่งผลต่อด้านสาธารณสุขของผู้บริโภค เนื่องจากได้มีการลักลอบ นำสารเร่งเนื้อแดง มาใช้ในการเลี้ยงสัตว์  เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ของกล้ามเนื้อ  ลดการสะสมไขมัน ทำให้ได้เนื้อสัตว์ที่มีสีแดงสด  ชั้นไขมันบาง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะเดียวกัน ยังเข้าข่ายเป็นทารุณกรรมต่อสัตว์  ที่ได้รับสารนี้  เนื่องด้วยสารเร่งเนื้อแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ สัตว์ที่ได้รับ ปัญหานี้มีความซับซ้อน ที่ต้องได้รับความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหานี้ ร่วมกันอย่างจริงจัง ทั้งในด้านการเฝ้าระวัง การใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงสัตว์ การตรวจสอบการลักลอบ ใช้สารเร่งเนื้อแดงในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการเฝ้าระวังเชิงรุก  ทั้งในส่วนกลาง  และส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ตรวจสอบฟาร์มเลี้ยง สถานที่ผลิตอาหารสัตว์  และโรงฆ่าสัตว์ ให้ได้รับการรับรอง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปลอดสารเร่งเนื้อแดง หรือสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ การบังคับใช้กฎหมาย / และปราบปราม การใช้สารเร่งเนื้อแดง เข้มงวดอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ตนได้ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทย  ปลอดสารเร่งเนื้อแดง  และสร้างความเชื่อมั่น  ให้แก่ผู้บริโภค ในประเทศไทยพร้อมส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีข้อท้วงติงมาเรื่องนี้ว่า ประเทศไทยยังไม่มีมาตรการที่เข้มงวดเรื่องการกำจัดสารเร่งเนื้อแดง หากสามารถทำให้หมดไปได้ จะเป็นเรื่องที่ดีเพราะสามารถส่งออกโคเป็นไปยังประเทศดังกล่าวได้ และต่อไปตนมีเปิาหมายที่จะส่งออกไปยังยุโรป ร่วมทั้งมาเลย์เชีย ซึ่งจะมีเงินกลับเข้าประเทศต่อไป

สำหรับสารเร่งเนื้อแดงที่มักพบการลักลอบใช้ ได้แก่ ซาลบูทามอล (Salbutamol) เคลนบูเทอรอล (Clenbuterol) และแรคโทพามีน (Ractopamine) ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างโปรตีนในกล้ามเนื้อและลดการสะสมไขมัน จึงถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงสัตว์ปศุสัตว์ โดยเมื่อนำสารชนิดนี้ไปผสมอาหารสำหรับเลี้ยงในฟาร์มสุกรและโคขุน จะทำให้ได้เนื้อสัตว์ที่มีสีแดงสด ชั้นไขมันบาง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ก่อให้เกิดการตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เมื่อผู้บริโภคทานผลิตภัณฑ์จากสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างเข้าไป จะทำให้กระสับกระส่าย ใจสั่น มือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และความดันโลหิตสูง โดยจะอันตรายมากขึ้นในหญิงมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ในผู้ที่แพ้ หรือได้รับสารในปริมาณมากอาจเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะถึงขั้นเสียชีวิตได้