เมื่อวันที่ 26 พ.ย. จากกรณีมีผู้ปกครองเด็กนักเรียนนับสิบรายของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เข้าแจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูคนหนึ่ง ที่ล่วงละเมิดทางเพศกับบุตรหลาน เบื้องต้นมีเด็กที่ถูกกระทำ พ่อแม่แจ้งความแล้วกว่า 10 ราย ต่อมาตำรวจ สภ.สวนผึ้ง ได้นำหมายจับจากศาล จ.ราชบุรี ไปจับกุมตัวครูที่ก่อเหตุได้ ขณะเดินทางออกจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 ราชบุรี หลังมีคำสั่งให้ย้ายมาปฏิบัติราชการ
ความคืบหน้าวันนี้ มีผู้ปกครองและเด็กนักเรียนกว่า 50 คน ได้เข้าพบกับผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกิดเหตุ เพื่อขอความชัดเจนในการดูแลนักเรียนหลังจากนี้ รวมทั้งเรื่องของการเยียวยาเด็กๆ ที่ถูกกระทำและได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สวนผึ้ง รวมทั้งหมด 12 ราย ล่าสุดพบว่ามีเด็กที่ถูกครูคนดังกล่าว กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มอีก 5 ราย โดยมี นายปิรเมษ มณีโชติ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นผู้ประสานงานของพรรคประชาชน ในเขตพื้นที่ อ.สวนผึ้ง เป็นผู้นำผู้ปกครองของเด็กๆ ที่เป็นเหยื่อครูมาแจ้งความ กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะนำผู้ปกครองของเด็กเข้าแจ้งความเพิ่ม รวมเด็กนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้ว 17 ราย แจ้งความ 12 ราย และกำลังจะเข้าแจ้งความอีก 5 ราย

ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 ราชบุรี (ผอ.สพป.ราชบุรี เขต 1) ให้ข้อมูลว่า หลังได้รับรายงาน ได้สั่งให้คุณครูออกจากพื้นที่ทันที ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มานำตัวครูที่ก่อเหตุไปดำเนินคดีแล้ว และทางสพป.ราชบุรี เขต 1 ก็ได้นำนักจิตวิทยา เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ เข้าไปดูสภาพจิตใจของเด็ก ครูคนดังกล่าวนั้นเพิ่งได้รับการบรรจุเป็นครูเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เดิมนั้นเป็นแค่ครูผู้ช่วย จึงยังไม่มีวิทยฐานะ โดยเป็นครูที่โรงเรียนนี้มาตลอด
ส่วนการให้ออกจากราชการนั้น ได้ให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการให้ออกจากราชการ เพราะครูคนนี้เพิ่งผ่านการเป็นครูผู้ช่วยมา ซึ่งทาง สพป. ได้ทราบเรื่องนี้เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 67 ก็ได้มีหนังสือคำสั่งให้ทางครูที่ก่อเหตุมาปฏิบัติหน้าที่ที่ทาง สพป. และในวันจันทร์ที่ 25 พ.ย. ก็มาถูกจับ จากการได้เข้าพูดคุยกับเด็กที่ถูกกระทำ 3 รายแรกที่แจ้งความไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ก็พบว่าเด็กสามารถที่จะอยู่ในสังคมได้ ส่วนอีก 9 ราย ที่มาแจ้งความทีหลังนั้น ทาง สพป. ยังไม่ได้ลงไปพูดคุย แต่หลังจากดำเนินการในเรื่องวินัยของครูที่ก่อเหตุแล้ว ก็จะเข้าไปพูดคุยกับเด็ก รวมถึงการเยียวยาสภาพจิตใจเด็กด้วย ซึ่งทางผู้บริหารของ สพป. ก็มีความห่วงใยในเรื่องนี้ และสั่งให้ติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ได้สั่งให้ทุกโรงเรียนได้มีแผนรักษาความปลอดภัยและให้ติดตามอย่างใกล้ชิด



