กลุ่มอาสาสมัครอายุ 20-65 ปี ซึ่งมีน้ำหนักเกินเล็กน้อยไปจนถึงเป็นโรคอ้วน สามารถสูญเสียไขมันจำนวนมากได้ภายในเวลาเพียง 12 สัปดาห์โดยไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนัก
จากผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อเร็วๆ นี้ในวารสารการแพทย์ Journal of Functional Foods “กิมจิ” เครื่องเคียงอันโด่งดังจากเกาหลี มีศักยภาพที่จะใช้เป็น “ยามหัศจรรย์” จากธรรมชาติในการลดไขมัน รวมทั้งความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เป็นอันตรายต่อคนที่น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และคนอ้วน
เหตุผลที่กิมจิทำให้ไขมันลดง เพราะไปทำให้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของจุลินทรีย์ในลำไส้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรคอ้วนได้รับคำเตือนจากหน่วยงานด้านสุขภาพทั่วโลก ว่าเป็นโรคสมัยใหม่ที่ครอบคลุมโรคต่างๆ มากมาย โดยมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะต่างๆ ตามมา เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, โรคหัวใจ และมะเร็ง
สาเหตุของโรคอ้วนประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน เช่น พันธุกรรม อาหาร องค์ประกอบของแบคทีเรียในลำไส้ และนิสัยการออกกำลังกาย
อาหารถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด และอาจส่งผลต่อจุลินทรีย์ในลำไส้ด้วย
ดังนั้น “กิมจิ” ซึ่งปัจจุบันเกือบจะได้รับความนิยมทั่วโลก มีแนวโน้มที่จะเป็นอาหารช่วยควบคุมโรคอ้วนของคนทั่วโลกได้ เพราะกิมจิอุดมไปด้วยโปรไบโอติก
ในการศึกษาครั้งใหม่ พบว่ากิมจิบางชนิดประกอบด้วยผักกาดขาว กระเทียม ขิง และพริกแดง ซึ่งช่วยเพิ่มการเผาผลาญ

คุณประโยชน์ของกิมจิจะเพิ่มขึ้นอีกจากกระบวนการหมัก ที่ช่วยเพิ่มปริมาณของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพในส่วนผสมข้างต้น เสริมร่างกายด้วยโปรไบโอติก ทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น เพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ เช่น Akkermansia muciniphila
จากอาสาสมัคร 90 คน อายุ 20-65 ปี มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) 23-30 ที่เข้าร่วมการทดลอง
แม้ว่าตามมาตรฐานสากลแล้ว ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่ 25 ขึ้นไป จึงจะถือว่ามีน้ำหนักตัวเกิน แต่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า สำหรับคนเอเชียนั้น 23 ก็ถือว่ามีน้ำหนักเกินแล้ว
การทดลองสุ่มแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ให้กลุ่มหนึ่งกินยาเม็ดที่มีผงกิมจิหมัก อีกหนึ่งกลุ่มให้กินยาหลอกที่ไม่มีผงกิมจิ และอีกกลุ่มกินกิมจิ ให้รับประทานในปริมาณและเวลาเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบ
หลังผ่านไป 12 สัปดาห์ การวิเคราะห์สัดส่วนร่างกายแสดงให้เห็นว่า มวลไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเปอร์เซ็นต์ไขมันที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มยาหลอก
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มกินยาที่มีผงกิมจิ พบว่ามวลไขมันในร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าน้ำหนักจะไม่ลดลงเลยก็ตาม
ด้วยรูปร่างและน้ำหนักตัวที่เท่ากัน ผู้ที่มีไขมันต่ำ และมีอัตราส่วนกล้ามเนื้อสูง จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นตามธรรมชาติ
ในกลุ่มที่กินกิมจิ 2 กลุ่ม การกินกิมจิหมักด้วยโปรไบโอติก ลิวโคนอสตอค มีเซนเตอรอยด์ สามารถปรับปรุงดัชนีไขมันในเลือด รวมถึงการลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ (ไตรกลีเซอไรด์) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)
“สารพฤกษเคมีในกิมจิอาจทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติก ช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของโปรไบโอติก และมีส่วนดีต่อสุขภาพในการเผาผลาญ”
การศึกษาก่อนหน้านี้บางรายการแสดงให้เห็นว่า อาหารที่อุดมด้วยโปรไบโอติกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โยเกิร์ต โจ๊ก นัตโตะ กะหล่ำปลีดอง ผักดองทุกชนิด สามารถช่วยต่อสู้กับโรคอ้วนและไขมันในเลือดได้ด้วยเช่นกัน.
ที่มาและภาพ : soha



