เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีส่งมอบ “พระเจ้าตอง” กลับคืนสู่ จ.พะเยา โดยมี นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมงาน

น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า การที่ประเทศไทย ได้รับ “พระเจ้าตอง” โบราณวัตถุชิ้นสำคัญกลับคืนสู่แหล่งกำเนิดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ชาวพะเยาให้ความเคารพศรัทธา ยังถือเป็นโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีรับมอบแล้ว จะอัญเชิญ “พระเจ้าตอง” กลับไปประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง จ.พะเยา ดังเดิม เพื่อเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพะเยาต่อไป

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะของชาวเวียงลอ อ.จุน จ.พะเยา รับทราบข่าวการโจรกรรม “พระเจ้าตอง” ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2531 จึงได้ติดตามข้อมูลมาโดยตลอด เพื่อหวังจะได้นำ “พระเจ้าตอง” กลับมาประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง และเมื่อเดือน ส.ค. 2567 ได้ทราบข่าวว่า พบพระเจ้าตอง ในสถานประมูลโบราณวัตถุแห่งหนึ่งในยุโรป จึงได้ประสานกับ น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลด้านการต่างประเทศ ให้ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าพระเจ้าตองอยู่ในสถานประมูลโบราณวัตถุ ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงประสานงานกับผู้ครอบครอง จนสามารถนำพระเจ้าตองกลับสู่ประเทศไทยได้สำเร็จ โดยได้รับความร่วมมือและการอำนวยความสะดวกจากหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะจากกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ

ด้าน นายพนมบุตร กล่าวว่า “พระเจ้าตอง” หรือ “หลวงพ่อลอ” เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาว จ.พะเยา เดิมประดิษฐาน ณ วัดศรีปิงเมือง ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา หล่อด้วยสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 78 เซนติเมตร สูง 110 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านนาที่ได้รับอิทธิพลศิลปะสุโขทัยเข้ามาผสมผสาน ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 และนิยมสร้างอย่างมากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21 อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนศิลปโบราณวัตถุ และพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของวัดวาอาราม โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 103 ตอนที่ 79 ลงวันที่ 12 พ.ค. 2529

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า เมื่อปลายปี 2531 “พระเจ้าตอง” ถูกโจรกรรมไปจากวัดศรีปิงเมือง และไม่พบเบาะแสอีกเลย กระทั่งเดือน ส.ค. 2567 กรมศิลปากร ได้รับการประสานจากนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ว่ามีผู้ให้ข้อมูลว่าพบพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์ใกล้เคียงกับ “พระเจ้าตอง” ที่ถูกโจรกรรมไปกว่า 36 ปี ปรากฏอยู่ในสถานประมูลโบราณวัตถุประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยให้รายละเอียดเป็นภาพถ่ายและข้อมูลในเชิงลึก จึงเป็นช่องทางสำคัญในการประสานงานกับผู้ครอบครอง และสามารถนำพระพุทธรูปกลับคืนสู่ประเทศไทยได้ เมื่อกรมศิลปากรได้รับพระพุทธรูปในวันที่ 24 ต.ค. 2567 จึงได้ตรวจพิสูจน์โดยใช้ภาพถ่ายและข้อมูล “พระเจ้าตอง” ที่ฝ่ายทะเบียน กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2528 ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวในการนำมาพิจารณารูปแบบศิลปะ และรูปพรรณต่างๆ พบว่าตรงกัน แม้ว่าปัจจุบัน “พระเจ้าตอง” จะถูกขัดสีออกไปแล้ว แต่จากการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ พบว่าพระพุทธรูปองค์นี้ เคยถูกทาทับด้วยสี มีร่องรอยของสีกระจายอยู่ทั่วองค์ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งตรงกับรูปพรรณของ “พระเจ้าตอง” ก่อนถูกโจรกรรม จึงสามารถยืนยันได้ว่า พระพุทธรูปองค์นี้คือ “พระเจ้าตอง” ของชาวเวียงลอ จ.พะเยา