สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของรัสเซีย โดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวในทำเนียบเครมลิน ว่าอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด และครอบครัว เดินทางมายังกรุงมอสโก และจะได้รับสถานะผู้ลี้ภัย ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม


ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า รัสเซียได้รับคำมั่นจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านของซีเรีย ซึ่งโค่นอำนาจอัสซาด ในปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ที่กินเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ว่า “จะไม่แตะต้อง” ฐานทัพ และทรัพย์สินทางทหาร สถาบันทางการเมืองและการทูตของรัสเซียที่อยู่ในซีเรีย

อนึ่ง รัฐบาลมอสโกเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของอัสซาด และเข้ามามีบทบาทสำคัญกับสงครามกลางเมืองในซีเรีย ตั้งแต่ปี 2558 ปัจจจุบันมีฐานทัพขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่เมืองตาร์ตุส และเมืองคเมมิม ทางตะวันตกของซีเรีย


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์ในซีเรีย มีเนื้อหาเพียงว่า อัสซาด “ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี” และเดินทางออกจากซีเรีย หลังเสร็จสิ้นการหารือกับ “ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง” โดยผู้นำซีเรียขอให้การถ่ายโอนอำนาจ “เป็นไปอย่างราบรื่นและเรียบร้อย”


ทั้งนี้ กองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย นำโดย “ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม” (เอชทีเอส) สามารถยกพลเข้าสู่กรุงดามัสกัสได้ ภายในเวลายังไม่ถึงสองสัปดาห์ นับตั้งแต่เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ เมื่อปลายเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และประกาศชัยชนะจาก “ระบอบอัสซาด” ที่ยาวนานครึ่งศตวรรษ ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีฮาเฟซ อัล-อัสซาด ซึ่งเป็นบิดาของอัสซาด


ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้ความเห็นว่า อัสซาด “หลบหนีออกจากประเทศไปแล้ว” เพราะ “รัสเซียซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก ไม่ต้องการคุ้มครองผู้นำซีเรียอีกต่อไป”.

เครดิตภาพ : AFP