นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบโล่พร้อมเกียรติบัตร ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี 2567 ว่า พื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เลือกให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้น เนื่องจากเดิมเป็นภูเขามีสภาพป่าเสื่อมโทรมไม่มีต้นไม้ใหญ่ พระองค์รับสั่งให้สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น ควบคู่กับการฟื้นฟูป่าตามแนวพระราชดำริหลายวิธี เช่น การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง การสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น ควบคู่กับการศึกษาทดลองการประกอบอาชีพ ภายใต้แนวคิด “ต้นทางคือป่าไม้ ปลายทางคือประมง ระหว่างทางคือเกษตรกรรม” ซึ่งประสบความสําเร็จเป็นอย่างดียิ่ง

“ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ มีศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ มากถึง 80 แห่ง ทั้งภาคประชาชนทั่วไป ภาครัฐ โรงเรียน และชุมชน เป็นศูนย์เรียนรู้ที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับการต่อยอดมาจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ผ่านขั้นตอนการปฏิบัติที่ผู้สนใจสามารถนำไปทำได้ทันที จากที่ได้ลงพื้นที่ดูการทำงานของศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ ของนางศิรินันท์ โซเมอร์แดค เกษตรกรศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรผสมผสาน พบว่ามีความเข้มแข็ง มีองค์ความรู้ที่ผ่านการปฏิบัติมาแล้ว ที่ผู้เข้ามาเรียนรู้สามารถนำไปต่อยอดได้ทันที ทำให้ชุมชนมีความรู้สึกหวงแหนพื้นที่ของตัวเอง และนําแนวพระราชดําริมาใช้กันทุกครัวเรือน โดยเฉพาะให้ความสำคัญเรื่องป่าชุมชน เพราะภาคเหนือจะเกิดไฟป่าทุกปี มีการช่วยกันป้องกันไฟป่า ร่วมกันเก็บใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก นอกจากช่วยลดเชื้อไฟป่าแล้วยังได้ปุ๋ยหมักมาใช้ในแปลงเกษตร เหลือใช้ก็เอาไปขายสร้างรายได้ ”
ขณะที่นายสมปอง มงค์คลสำโรง ผู้อํานวยการโรงเรียนแม่โป่งประชาสามัคคี จังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในสถานศึกษาที่ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ เปิดเผยว่า โรงเรียนได้น้อมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้การใช้ชีวิตในอนาคตควบคู่กับความรู้ทางการศึกษาพื้นฐานให้กับเยาวชนในโรงเรียน เด็กๆ ได้รู้ถึงประโยชน์และคุณค่าด้านต่างๆ ของปุ๋ยหมัก ที่นำใบไม้จากบริเวณโรงเรียนมาผลิต โดยมีคณะครูของชุมชนซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านการเกษตรมาสอนและนำฝึกปฏิบัติ โดยศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ้องไคร้ฯ ได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตต่างๆ กิจกรรมนี้เริ่มมาประมาณ 4 ปีแล้ว ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นอกจากนักเรียนได้รับความรู้แล้วโรงเรียนก็มีปุ๋ยอินทรีย์มาใส่ต้นไม้และแปลงสาธิตการเกษตรสำหรับนักเรียน ใบไม้บางส่วนเด็กนักเรียนนำมาผลิตเป็นของที่ระลึกจำหน่ายทำให้มีรายได้ระหว่างเรียน ส่วนปุ๋ยหมักที่เหลือจากการใช้จะนำมาใส่ถุงจำหน่ายถุงละ 20 บาท โดยร่วมกับวิสาหกิจชุมชน และชุมชนรอบโรงเรียน ความรู้ที่เด็กนักเรียนได้รับจะสามารถนำไปต่อยอดการประกอบอาชีพของตนเองในอนาคตได้



