ฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ แข่งขันกันมาเกือบ 150 ปี นี่คือปีแรกที่ไม่มีการเตะนัดแข่งใหม่ และมันทำให้ทีมเล็กๆ หลายทีมชวดโอกาสคว้าเงินล้านไปครองอย่างน่าเสียดาย

ทีมจากนอกลีกอย่าง แทมเวิร์ธ ซิตี สู้ฝ่าฟันอย่างหนัก จนผ่านเข้าสู่รอบ 3 และโชคก็เข้าข้าง เมื่อพวกเขาได้ประกบเจอทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอย่าง ทอตแนม ฮอตสเปอร์

มันคือเกมใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แทมเวิร์ธ เกมใหญ่ที่สุด ก่อนหน้านี้ของพวกเขาคือเกมเอฟเอ คัพ รอบที่ 3 กับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อปี 2012 เท่านั้น

แอนดี พีคส์ กุนซือแทมเวิร์ธ เพิ่งเซ็นสัญญาคุมทีมฟูลไทม์ก่อนเกม 3 วัน

นักเตะของ “เดอะ แลมบ์ส” สู้ขาดใจ ช่วยกันวิ่ง ช่วยกันเล่นแทบตาย จนยันเสมอกับ สเปอร์ 0-0

โดยปกติแล้ว พวกเขาจะต้องได้กลับไปเตะนัดรีเพลย์ ที่ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ยม เพื่อหาทีมเข้ารอบ แต่ปีนี้ มีการยกเลิกนัดแข่งใหม่ ทำให้ต้องต่อเวลาเพื่อหาผู้ชนะทันที

แทมเวิร์ธ แพ้ 0-3 ตกรอบไปตามคาด

แต่การตกรอบไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พวกเขาผิดหวัง สิ่งที่ทำให้สโมสรผิดหวังคือการไม่ได้เตะรีเพลย์ต่างหาก เพราะมันทำให้ แทมเวิร์ธ ชวดเงินก้อนโตที่สุดเท่าที่เคยได้

สเปอร์ มีรายได้เฉลี่ยจากเกมในบ้านแต่ละนัดอยู่ที่ 6 ล้านปอนด์ ทั้งจากค่าตั๋ว, ค่าขายของ, ค่าถ่ายทอดสด และอื่นๆ จิปาถะ

ถ้าหากไม่มีการยกเลิกเกมรีเพลย์ แทมเวิร์ธ จะได้รับส่วนแบ่งจากเงินก้อนนี้ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านปอนด์

มันอาจจะดูน้อยมากสำหรับทีมใหญ่ แต่มันคือชีวิตของทีมเล็กๆ อย่าง แทมเวิร์ธ และจะเป็นรายได้มากที่สุดที่พวกเขาเคยได้รับเลยทีเดียว

แฟนบอลอาจฟังดูตลก จัดให้ข่าวนี้ไปอยู่ในหมวดข่าวขำขัน เอาไว้ผ่อนคลาย แต่สำหรับวงการฟุตบอลอังกฤษ มันกำลังเป็นประเด็นที่หลายคนพูดถึง

เพราะอย่าลืมว่า พวกที่พยายามกดดันให้ยกเลิกเกมรีเพลย์นั้น คือพวกทีมใหญ่ ที่โปรแกรมชุกเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับอีก 700 กว่าทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันเลย

ทีมพวกนี้อยากเล่นเกมรีเพลย์แทบตาย โดยเฉพาะโอกาสได้ไปเล่นในสนามใหญ่ๆ เพราะมันจะทำให้พวกเขาได้รับส่วนแบ่งมหาศาล

พวกเขาจึงยอมสู้ตายถวายชีวิต ทั้งๆ ที่รู้ว่าสู้ไปก็แพ้ แล้วถามว่า พวกเขาผิดอะไร ถึงไม่ได้รับในสิ่งที่ควรได้

ทีมใหญ่ๆ และผู้จัดการทีมขี้บ่นทั้งหลาย คุณคิดว่าพวกคุณทำงานหนักกว่านักเตะลีกล่างๆ เหล่านี้หรือ?

นักเตะแทมเวิร์ธ ถ่ายรูปกับแฟนบอลอย่างใกล้ชิด

นักเตะเหล่านี้หลายคน หรือแทบทุกคนด้วยซ้ำ ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ พวกเขาต้องทำงานหลักอีกงานเพื่อเลี้ยงชีพ เพราะเตะบอลอย่างเดียวรายได้ไม่พอ

พวกเขาต้องเจียดเวลามาแข่งบอลสัปดาห์ละ 2 นัด ต้องตื่นเช้าไปทำงาน ต้องหาเวลามาซ้อม ต้องเข้ายิม ต้องเลี้ยงลูก ต้องดูแลครอบครัว เหมือนนักเตะดังๆ ทุกคน

เมื่อพวกเขาสู้ตายจนได้รับสิ่งที่ควรได้ ถ้าหากได้ไปเตะนัดรีเพลย์ ส่วนแบ่งที่จะได้รับอาจเป็นเงินก้อนโตที่พวกเขาเคยได้จากการเตะบอลด้วยซ้ำ

แต่มันก็หายวับไปกับตา เพราะทีมใหญ่ๆ บอกว่า “เหนื่อย” และผู้มีอำนาจก็ยอมให้คนใหญ่กว่าเสมอ

วงการฟุตบอล ไม่ว่าที่ไหนจึงไม่ได้ต่างกัน พวกเขาแคร์แต่คนรวย และผู้มีอำนาจเท่านั้น

ไม่ว่าที่ไหน คนตัวใหญ่ก็เสียงดังกว่าเสมอ และมันก็คงจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน.

แฟนบอลรุ่นเยาว์เข้ามาเชียร์กันแบบมีแพสชั่นสุดๆ