เมื่อวันที่ 19 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรารมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุคนถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่บ้านหลังหนึ่งกลางทุ่งนา เลขที่ 115 หมู่ที่ 7 บ้านคล้อ ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ ที่เกิดเหตุพบศพ นายประสิทธิ์ บุญใหญ่ หรือ ช่างสิทธิ์ อายุ 58 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน มีร่องรอยบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมบริเวณลำคอเป็นแผลเหวอะ โดยมี นางสมจิต อายุ 54 ปี ภรรยา นั่งมองดูศพอย่างใจเย็น
จากการสอบถามนางสมจิต ให้การวกวนพูดคุยไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่ สภ.กันทรารมย์ ตรวจสอบภายในบ้านพบขวานเปื้อนเลือด จำนวน 1 เล่ม และมีดทำครัวเปื้อนเลือด อีกจำนวน 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจพิสูจน์ บริเวณหลังบ้านพบผ้าห่ม ที่นอน และสิ่งของเปื้อนเลือดถูกวางรวมไว้บนกองฟาง คล้ายเตรียมเผาทำลาย

นายศักดิ์ บุญใหญ่ อายุ 77 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนมีลูกทั้งหมด 4 คน เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว 1 คน และ นายประสิทธิ์ ผู้เสียชีวิตครั้งนี้ เป็นลูกชายคนโต แต่งงานอยู่กินกับ นางสมจิต มาแล้วกว่า 30 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นคนนิสัยดี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ส่วนภรรยา ปัจจุบันเป็นครูศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ เป็นผู้ป่วยจิตเวช กินยาเป็นประจำ เวลาขาดยา จะพูดไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็ยังไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน เบื้องต้นก็ยังไม่แน่ชัดว่าใครเป็นคนลงมือก่อเหตุ แต่คิดว่าน่าจะเป็นคนที่อยู่ด้วยกันเป็นคนทำ เพราะผู้ตายไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ทำร้ายกันจนเสียชีวิตในครั้งนี้ อาจเป็นเพราะขาดสติ และขาดยามานาน
ด้าน น.ส.หนูกาญจน์ บุญใหญ่ อายุ 46 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนกับสามีได้ออกไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ เพื่อนำวัวออกจากคอกไปผูกเลี้ยงกลางทุ่งนาตามปกติทุกวัน เมื่อไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าว ตนเห็นประตูหน้าบ้านเปิดอ้าไว้อยู่ จึงร้องเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงคิดว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้น่าจะยังคงหลับอยู่ จึงไม่ได้เดินเข้าไปส่องดูภายในบ้าน เมื่อเอาวัวออกไปผูกเลี้ยงเสร็จ ก็พากันกลับเข้าหมู่บ้าน
จากนั้นหลานตน ซึ่งเป็นลูกของผู้ตาย ได้ผิดสังเกต จากการดูกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ปรากฏว่าไม่มีภาพปรากฏ คล้ายมีการถอดปลั๊กออก มีเพียงกล้องวงจรปิดหน้าประตูบ้านที่ใช้ได้ แต่ไม่เห็นภาพพ่อเดินออกมาให้อาหารไก่เหมือนทุกวัน ตนกับสามีจึงพากันขับรถออกมาดูอีกครั้ง และเดินเข้าไปภายในบ้าน ถึงกับผงะพบร่างของผู้ตายนอนหงายแน่นิ่งอยู่ภายในบ้านฝั่งซ้ายของประตู สามีตนจึงพยายามปลุกแต่พบว่าเนื้อตัวเย็นเฉียบ จึงคิดว่าเสียชีวิตแล้ว
จากนั้นพบว่า นางสมจิต ภรรยาผู้ตาย ได้วิ่งเข้ามาทางประตูหลังบ้านมาโอบกอดตนไว้ แล้วพูดว่า เดี๋ยวพี่ชายก็มา สามีตนจึงดึงตัวตนออกมา พร้อมกับไล่พี่สะใภ้ออกไปให้ห่าง

ส่วนผู้ก่อเหตุตนคิดว่าเป็นพี่สะใภ้ ภรรยาผู้ตายเป็นคนก่อเหตุ เพราะมีอาการหลอนอยู่แล้ว เป็นมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขนาดนี้ โดยลูกสาวผู้ก่อเหตุเพิ่งพาไปหาหมอเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา และวันที่ 20 ม.ค. 2568 นี้ หมอก็นัดไปพบแพทย์อีกครั้งหนึ่งเพื่อรับยา แต่ก็มาเกิดเหตุเศร้าสลดเสียก่อน
ด้าน พ.ต.อ.ธัชพงศ์ พรหมมา ผกก.สภ.กันทรารมย์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนภรรยาผู้เสียชีวิตเบื้องต้นพบว่า ยังคงให้การวกวน พูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ยังคงเป็นผู้ต้องสงสัยของการลงมือก่อเหตุ เพราะจากการตรวจที่เกิดเหตุแล้ว ไม่พบร่องรอยบุคคลภายนอกเข้ามาบริเวณบ้านแต่อย่างใด และยังพบขวานและมีดเปื้อนเลือดอยู่ภายในบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนในที่เกิดเหตุไม่มีรอยเลือด เนื่องจากมีการใช้ผ้าห่มเช็ดคราบเลือดจนเกลี้ยงแล้วนำไปกองรวมกันบนกองฟางเพื่อเตรียมจะเผาทำลาย
จากการสอบถามลูกๆ และญาติๆ ของผู้ตาย สันนิษฐานว่าชนวนเหตุอาจเกิดจากภรรยาผู้ตายไม่ได้รับประทานยามากว่า 2 สัปดาห์แล้ว จึงอาจคลุ้มคลั่ง หลอน ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ในขณะที่ผู้ตายอาจกำลังนอนหลับอยู่ เบื้องต้นขณะนี้กำลังทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับศาลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.