สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมินสก์ ประเทศเบลารุส เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ว่า ผลอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งประธานาธิบดีเบลารุส ปรากฏว่า ลูคาเชนโก ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 87.6% ขณะที่คู่แข่งของเขาถูกจำคุก หรือลี้ภัยในต่างประเทศ
อนึ่ง ลูคาเชนโก ดำเนินการปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างโหดร้าย นับตั้งแต่เกิดการประท้วงครั้งใหญ่เมื่อปี 2563 ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ล้วนรณรงค์หาเสียงสนับสนุนเขา
ด้านนางสเวียตลานา ซิคานุสกายา ผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยในต่างประเทศ เรียกการเลือกตั้งดังกล่าวว่าเป็น “เรื่องตลก” ส่วนอียูประณามว่าเป็น “การหลอกลวง”
อย่างไรก็ตาม ลูคาเชนโกกล่าวว่า เขาไม่สนใจว่าอียูจะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่ และยืนกรานว่า เขาไม่เสียใจที่ปล่อยให้กองกำลังของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เข้าสู่ยูเครนผ่านเบลารุส เมื่อปี 2565 แม้จะมีผู้เสียชีวิตหลายแสนคนในความขัดแย้งที่ยาวนานเกือบ 3 ปีก็ตาม
#UPDATE Belarus autocrat Alexander Lukashenko, in power since 1994, won a seventh consecutive term in office in an election denounced by the European Union and the exiled opposition.https://t.co/EPIL5MHB2b pic.twitter.com/T8qVAU2RV1
— AFP News Agency (@AFP) January 26, 2025
ทั้งนี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีเบลารุส เกิดขึ้นในช่วงเวลา 5 ปี ท่ามกลางกระแสการปราบปรามที่ทวีความรุนแรงขึ้นในประเทศ ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มระบุว่า รัฐบาลเบลารุสจำคุกนักโทษการเมืองไปแล้วมากกว่า 1,200 คน
สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประมาณการว่า ชาวเบลารุสราว 300,000 คน จากประชากรทั้งหมดประมาณ 9 ล้านคน เดินทางออกจากประเทศ นับตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งพวกเขาไม่สามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งได้ เนื่องจากรัฐบาลเบลารุส ยกเลิกการลงคะแนนเสียงในต่างประเทศ
หากลูคาเชนโก ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 7 จนครบวาระ ซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2573 เท่ากับเขาจะครองอำนาจเป็นเวลานานถึง 36 ปี.
เครดิตภาพ : AFP





