การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่า หลังจาก กทพ. เปิดใช้สะพานทศมราชัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ม.ค. จนถึงวันที่ 9 ก.พ. 68 พบว่า ปริมาณจราจรบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษดาวคะนอง และด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษสุขสวัสดิ์ (ใช้สะพานพระราม 9) รวมถึงด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษสุขสวัสดิ์ 1 (ทางเข้า) (FESR) ซึ่งเป็นด่านฯ ใหม่ (ใช้สะพานทศมราชัน) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในแต่ละวันมีปริมาณการจราจรภาพรวมในการใช้เส้นทางผ่านด่านฯ ดาวคะนอง และด่านฯ พิเศษสุขสวัสดิ์ เฉลี่ยอยู่ที่ 49,000-50,000 คันต่อวัน มีการใช้ช่องทางการชำระค่าผ่านทางดังนี้ MTC (Manual Toll Collection-จ่ายเงินสด) คิดเป็น 50-55% ของปริมาณรถทั้งหมด, EMV (Electronic Toll Collection-ชำระผ่านบัตร) คิดเป็น 2-3% และ Easy Pass (ระบบอัตโนมัติผ่านทางพิเศษ) คิดเป็น 42-46%

สำหรับปริมาณรถที่ใช้ด่านฯ สุขสวัสดิ์ 1 (ช่องทางที่ 1-3) ใช้สะพานทศมราชัน ข้อมูลวันเปิดให้บริการวันแรกวันที่ 29 ม.ค. 68 พบว่า มีปริมาณการจราจร 1,399 คัน และล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.พ. 68 มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นเป็น 5,732 คัน โดยเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 68 มีปริมาณการจราจรสูงสุดประมาณ 8,220 คัน ขณะที่ข้อมูลการใช้ Easy Pass มีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ด่านฯ สุขสวัสดิ์ 1 ซึ่งคิดเป็น มากกว่า 60% ของรถที่ผ่านด่านฯ ดังกล่าว ทั้งนี้การเปิดใช้สะพานทศมราชัน ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น ลดความแออัดบริเวณสะพานพระราม 9 และเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระหว่างฝั่งกรุงเทพฯ กับฝั่งธนบุรี และจังหวัดรอบนอก ช่วยประหยัดเวลา และลดปัญหารถติดในพื้นที่ได้ เพราะสะพานฯ นี้ จะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงบริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่บนสะพานพระราม 9 จนถึงบริเวณด่านฯ สุขสวัสดิ์ และบริเวณถนนพระรามที่ 2 ได้อย่างดี.