นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ  ผวจ.อุตรดิตถ์  เปิดเผยว่า   จ.อุตรดิตถ์ มีพื้นที่ทำนามากกว่า 1 แสนไร่ ในเขตชลประทานทำนาปีละ 3 ครั้ง หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว จึงมีวัสดุเหลือใช้ด้านการเกษตรคือฟางข้าวจำนวนมาก และเป็นที่มาของการเผา ดังนั้นเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์จึงรณรงค์เชิงรุก เคาะประตูบ้านเกษตรกร “หยุดเผา เรามีรายได้” รวมกลุ่มเกษตรนำรถไถนาขนาดใหญ่ซึ่งมีแทบทุกหลังคา มาดัดแปลงติดตั้งเครื่องอัดฟาง ออกบริการรับจ้างอัดก้อนฟางข้าวจากชาวนาเพื่อนบ้าน ก้อนละ 15 บาท รวมทั้งรับซื้อฟางข้าว เพื่ออัดก้อนฟางเก็บไว้ขายช่วงแล้งสำหรับเลี้ยงวัวควาย ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงก้อนละ 25 บาท  ส่วนด้านชาวบ้านเน้นการไถกลบตอซังก่อนที่จะทำนาเพื่อหลีกเลี่ยงการเผา เน้นย้ำหากเกษตรกรเผา จะถูกตัดสิทธิ์มาตรการช่วยเหลือจากรัฐ 2 ปี

ทั้งนี้ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนอุตรดิตถ์ โดย นายเอกศิลป์ ดีมา ครูอาสาสมัครฯ ให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า อาชีพเสริม 10 วันเก็บกิน เก็บขายทำเงิน แถมไม่ต้องรดน้ำ-ใส่ปุ๋ย โดย เป็นการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า นำฟางข้าวเป็นวัตถุดิบลดการเผา และนำหยวกกล้วยสับเป็นอาหารให้เชื้อเห็ดลดต้นทุน ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ ที่สำคัญปลอดภัยและใช้พื้นที่น้อย สามารถทำกินในครัวเรือน หรือทำเป็นอาชีพเสริมได้  

ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก หลังแช่ฟางข้าว 1 คืน นำหัวเชื้อเห็ดฟางมาผสมกับแป้งมัน จัดเตรียมหยวกกล้วยสับ รำละเอียด เป็นอาหาร บรรจุฟางข้าวและเชื้อเห็ด โรยด้วยหยวกกล้วยสับและรำละเอียด ในตะกร้า โดยทำเป็นชั้น จำนวน 3 ชั้น ชั้น 1 และ 2 จะวางหัวเชื้อเห็ดและอาหารให้ชิดขอบตะกร้า ส่วนชั้นที่ 3 บนสุดให้วางหัวเชื้อและอาหารให้เต็มพื้นที่ ปิดหน้าด้วยฟางข้าว ก่อนจะใช้ถุงดำคลุม โดยที่ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ย 10 วัน ก็สามารถเก็บดอกได้แล้ว

“ต้นทุน 1 ตะกร้า 60 บาท เก็บได้ 5 รอบๆ ละ 1 กิโลกรัมต่อตะกร้า ขายกิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 80 บาท จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 400 บาทต่อตะกร้า เป็นอาชีพเสริมในครัวเรือน และยังสามารถลดการเผาในพื้นที่การเกษตรได้ด้วย สำหรับเกษตรกรที่สนใจสามารถสอบถามขั้นตอนอย่างละเอียดได้ที่ ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนอุตรดิตถ์”