สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงซันติอาโก ประเทศชิลี เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ว่า ชิลีประสบปัญหาไฟฟ้าดับครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่าสิบปี ซึ่งเริ่มต้นเมื่อเวลา 15.16 น. ตามเวลาท้องถิ่นของชิลี ส่งผลให้การสัญจรในกรุงซันติอาโก เกิดความโกลาหล จนประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน และเบียดกันขึ้นรถบัสที่มีผู้โดยสารแน่นขนัด
ตามข้อมูลจากหน่วยงานรับมือภัยพิบัติ “เซนาเพรด” พื้นที่ประสบเหตุไฟฟ้าดับ ทอดยาวจากเมืองอาริกา ทางตอนเหนือของชิลี ไปจนถึงเมืองลอสลากอส ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยของชาวชิลีมากกว่า 90% ของประชากรทั้งหมดประมาณ 20 ล้านคน
หลังจากกระแสไฟฟ้าดับนานกว่า 5 ชั่วโมง นางคาโรลินา โทฮา รมว.มหาดไทยของชิลี ประกาศเคอร์ฟิว ระหว่างเวลา 22.00 น. จนถึง 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของชิลี โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของประธานาธิบดีกาเบรียล บอริก ผู้นำชิลี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรับประกันความปลอดภัยของประชาชน ที่เผชิญกับความเป็นไปได้ที่ไฟฟ้าจะดับตลอดทั้งคืน
ก่อนหน้านี้ โทฮาตัดความเป็นไปได้ของการก่อวินาศกรรม โดยกล่าวว่า ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะสันนิษฐานว่าสาเหตุของไฟฟ้าดับในครั้งนี้เกิดจากการโจมตี แต่มันมีแนวโน้มว่าเป็นความขัดข้องในการทำงานของระบบ และโครงข่ายไฟฟ้าน่าจะกลับมาทำงานตามปกติได้อีกครั้ง ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า.
เครดิตภาพ : AFP






