สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า สมาชิกของทั้งสองสภามีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี และจัดการประชุมเต็มคณะทุกปี โดยสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ ชุดที่ 14 มีสมาชิกเกือบ 3,000 คน ส่วนคณะกรรมการแห่งชาติประจำสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน มีสมาชิกมากกว่า 2,000 คน


เอ็นพีซีเป็นหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจสูงสุด นอกจากนั้นทำหน้าที่ในฐานะสภานิติบัญญัติระดับสูงสุดแล้ว ยังมีอำนาจเลือกตั้งคณะผู้นำประเทศ รวมถึงอนุมัติงบประมาณรัฐบาล แผนการพัฒนาระดับชาติ และการกำหนดนโยบายอีกมากมาย


ขณะที่ซีพีพีซีซี เป็นสถาบันสำคัญของความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองที่นำโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ซีพีซี) และการปรึกษาหารือทางการเมือง จัดเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาเฉพาะทางในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีส่วนร่วมทั้งกระบวนการของจีน โดยซีพีพีซีซี จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับนโยบายและประเด็นสำคัญระดับชาติ ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคม และนิเวศวิทยา


การประชุมประจำปีของทั้งสองสภา มักจัดขึ้นคู่กันในช่วงเวลาเดียวกัน จึงเป็นที่มาของการเรียกว่า “การประชุมสองสภา” โดยปีนี้ การประชุมเอ็นพีซีเริ่มวันที่ 5 มี.ค. ส่วนการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติประจำซีพีพีซีซี เริ่มวันที่ 4 มี.ค.


ประเด็นสำคัญของการประชุมสองสภา ได้แก่ เป้าหมายการเติบโตประจำปีของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งจะมีการเผยแพร่ตัวเลขผ่านรายงานการปฏิบัติงานของรัฐบาล ณ การเปิดประชุมเอ็นพีซี รวมถึงตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่สำคัญอื่น เช่น อัตราส่วนการขาดดุลต่อจีดีพีและเป้าหมายเงินเฟ้อ และพันธกิจการพัฒนาของทั้งปี


ขณะเดียวกัน การประชุมสองสภายังจะตรวจสอบทบทวนแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับชาติประจำปี 2568 รวมถึงงบประมาณรัฐบาล ซึ่งจะฉายภาพอันชัดเจนของการจัดลำดับความสำคัญทางนโยบาย เป้าหมายการพัฒนาต่าง ๆ และยุทธศาสตร์ทางการคลังของจีน

นอกจากนั้น การประชุมประจำปีของเอ็นพีซี จะบัญญัติหรือแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ได้แก่ รัฐธรรมนูญ ประมวลกฎหมายแพ่ง กฎหมายกำกับดูแล และกฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศ

ในปีนี้ เอ็นพีซีจะพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมาย ว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ และสภาผู้แทนประชาชนท้องถิ่นทุกระดับ ซึ่งนับเป็นการแก้ไขครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ประกาศใช้ เมื่อปี 2535.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP