โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลช่วง “ฟีฟ่า เดย์” รอบนี้ (เดือน มี.ค. 68) ถือว่ามีความสำคัญต่อหลายๆ ทีม อย่างเช่นทีมชาติไทยของเรา ก็มีคิวเตะฟุตบอลเอเชียน คัพ รอบคัดเลือก นัดแรก พบกับ ศรีลังกา ในวันที่ 25 มี.ค. นี้
ขณะที่อีกหลายทีมในเอเชีย กำลังลุ้นสุดขีดในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก รอบที่ 3 ซึ่งเดินทางมาถึงแมตช์เดย์ที่ 7 และเหลืออีกแค่ 4 เกมเท่านั้น ก็จะทราบแล้วว่า ทีมใดจะได้ไปบอลโลกบ้าง
ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่ 3 มีทั้งหมด 18 ทีม แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม โดยกติกาการเข้ารอบคือ 2 ทีมอันดับแรกของแต่ละกลุ่ม (รวม 6 ทีม) จะได้สิทธิเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 ทันที
ทีมอันดับ 3 และ 4 ของแต่ละกลุ่ม (รวม 6 ทีม) จะได้ไปแข่งรอบเพลย์ออฟโซนเอเชีย เพื่อลุ้นตั๋วอีก 2 ใบ

ปัจจุบันนี้ ทีมอิเหนา แข่งผ่านไป 6 นัด มี 6 คะแนน รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม C ขณะที่จ่าฝูงเป็น ญี่ปุ่น 16 คะแนน, รองลงมา ออสเตรเลีย 7 คะแนน และ อีก 3 ทีม มี 6 คะแนนเท่ากัน ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน และ จีน
ต่างกันเพียงลูกได้-เสียเท่านั้น
อินโดนีเซีย มีคะแนนตามหลัง ออสเตรเลีย แค่คะแนนเดียว หมายความว่า ถ้าหากเก็บชัยชนะเพิ่มได้ พวกเขาอาจมีโอกาสจบอันดับ 2 และเข้ารอบโดยตรง หรืออย่างน้อย ก็อันดับ 3-4 ไปเล่นรอบเพลย์ออฟ
อย่างไรก็ตาม การเข้ารอบอัตโนมัติ หรือเป็น 1 ใน 2 ของกลุ่ม C มีโอกาสค่อนข้างยาก เพราะ อินโดนีเซีย ต้องชนะ อย่างน้อย 3 จาก 4 นัดที่เหลือ และหวังให้ “ซอคเกอร์รูส์” หรือ “ซามูไรบลูส์” สะดุด
และโปรแกรมที่เหลือ 2 จาก 4 นัด อินโดนีเซีย ต้องไปเยือนทั้ง ออสเตรเลีย และ ญี่ปุ่น ด้วย
ทำให้โอกาสการจบอันดับ 3 หรือ 4 ที่จะได้ไปเพลย์ออฟ ดูจะเป็นไปได้มากกว่า เพราะแค่รักษาอันดับได้ ก็จะได้ไปเพลย์ออฟทันที
แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ทั้ง ซาอุดีอาระเบีย, บาห์เรน และจีน ก็คงไม่ยอมง่ายๆ แน่ ดังนั้นโปรแกรมอีก 4 นัดที่เหลือ จึงสำคัญสุดๆ สำหรับ อินโดนีเซีย และเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายจริงๆ ว่าพวกเขาจะสมหวังหรือไม่

ว่าแล้ว ทีมอิเหนา ก็ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมมากยิ่งขึ้น ด้วยการเรียกนักเตะที่มีเชื้อสายอิเหนาเข้ามาร่วมทีมเพิ่มอีก 3 คน คือ
เอมิล อูเดโร นายทวารจากปาแลร์โม ที่เคยเล่นกับ อินเตอร์ มิลาน, ดีน เจมส์ กองหลังจากโก อเฮด อีเกิลส์ ในเนเธอร์แลนด์ และโจอี เปลูเปสซี มิดฟิลด์จากลอมเมล ลีกรองของเบลเยียม
ทำให้ในรายชื่อ 27 นักเตะ “การูด้า” ที่ประกาศเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 68 มีนักเตะโอนสัญชาติและจากต่างแดนมากกว่าค่อนทีมเลยทีเดียว เพราะก่อนหน้านี้ พวกเขาก็แทบจะใช้พวกนี้เป็นหลักอยู่แล้ว
ที่สำคัญอีกอย่าง อย่าลืมว่า นี่จะยังเป็นการคุมเกมแรกของ พาทริค ไคลเวิร์ต กุนซือคนใหม่ ชาวดัตช์ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 12 ม.ค. ปีนี้ด้วย
แทนที่ของ ชิน แท ยัง กุนซือคนเก่าชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกปลดออกไป เพราะแว่วว่ามีปัญหากับนักเตะ และคนในสมาคมฟุตบอล
ถือเป็นการประเดิมงานใหม่ที่กดดันและหนักหน่วงสุดๆ อย่างแท้จริงสำหรับ ไคลเวิร์ต และทีมงาน ซึ่งรวมถึง ยอร์ดี ครัฟฟ์ ที่เพิ่งเข้ามานั่งแท่นประธานเทคนิคด้วย
นี่จึงเป็นเดิมพันที่สูงจริงๆ ของ อินโดนีเซีย แต่จะสุขสมหวังหรือไม่ ต้องรอติดตาม.




