1.เกมเดือดในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กำลังจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 มีนาคม หลังฝ่ายค้านเดินเกมตีปี๊บ โหมโรงศึกซักฟอก ด้วยการโวยวายถึงการถูกบีบให้แก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยถูก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำขาดว่าไม่สามารถใช้ชื่อนายทักษิณ ชินวัตร ใส่ในญัตติได้ เพราะเป็นบุคคลภายนอกเกรงว่าจะถูกฟ้อง และทำให้ควบคุมการประชุมยากเพราะต้องเกิดการประท้วงกันวุ่นวายแน่นอน จนที่สุดพรรคประชาชนยอมถอยแก้ไขญัตติจาก “นายทักษิณ ชินวัตร” เป็น “บุคคลในครอบครัว” พร้อมจองกฐินจะลากไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ต่างแดนและมีดีลลับจะกลับบ้านในเร็วๆ นี้

2.ยังไม่รวมปัญหาเรื่องการจัดสรรเวลาการอภิปรายฯ ที่ลอตแรกฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน ทั้งที่ยื่นอภิปรายฯ “นายกฯ อิ๊งค์” เพียงคนเดียว เจอเกมเก๋าของสส.เจนเอ็กซ์ ต่อรองจนสุดท้ายวางกรอบเวลาไว้ที่ 37 ชั่วโมง โดยแบ่งเวลาดังนี้ 1.ประธานของที่ประชุม 2 ชั่วโมง 2.คณะรัฐมนตรี และพรรคร่วมรัฐบาล 7 ชั่วโมง และ 3.พรรคร่วมฝ่ายค้าน 28 ชั่วโมง โดยในการประชุมวันที่ 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันแรกจะลากยาวตั้งแต่เวลา 08.00-05.30 น. ของวันอังคารที่ 25 มีนาคม และจะเริ่มประชุมในวันที่ 2 คือ วันอังคารที่ 25 มีนาคม เวลา 08.00-23.30 น. และในวันสุดท้ายคือวันที่ 26 มีนาคม เริ่มประชุมเวลา 10.00 น.เป็นต้นไป เพื่อลงมติในญัตติดังกล่าว ซึ่งจะเจียดให้กับพรรคเป็นธรรม 4 ชั่วโมง โดยจะพุ่งเป้าเรื่องการขนอุยกูร์กลับประเทศจีน และเจียดให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 18 นาที ถือเป็นไฮไลต์คนจับตาดูว่า “บิ๊กป้อม” จะยืนได้ถึง 18 นาทีได้หรือไม่ และที่สำคัญต่างเงี่ยหูรอฟังข้อมูลเด็ด เผ็ด มันจากยี่ห้อพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ว่าจะใช้เวทีนี้เอาคืนนายทักษิณอย่างไร โดยพรรคพลังประชารัฐโหมโรงมา 4 ประเด็น คือ สนามกอล์ฟอัลไพน์ เอ็มโอยู 44 นักโทษเทวดาชั้น 14 และกาสิโน

3.ที่สำคัญทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างวางแผนจัดทัพชุดใหญ่เตรียมกรำศึกพร้อมปะทะในทุกโอกาส โดยพรรคประชาชน ที่มี “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นแกนนำชูธีม “ดีลแลกประเทศ” พุ่งโจมตีรัฐบาล เป้าหมายหลักคือเชื่อมโยงให้เห็นว่า มีผลประโยชน์ส่วนบุคคลตระกูลชินวัตรพัวพันกับการบริหารประเทศ โดยจัด 20 ขุนพล พรรคประชาชน เรียงหน้าสับกลางสภา อาทิ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ศิริกัญญา ตันสกุล ธีระชัย พันธุมาศ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รังสิมันต์ โรม รักชนก ศรีนอก ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทยวางแผนรับเกมรุก ตัดเกมร้อน พร้อมย้อนศรเอาคืน โดยจัด 20 ขุนพลเป็นองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับ นำโดย นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นายสุทิน คลังแสง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

4.ถือเป็นเกมเดือดที่ต้องจับตาโดยพรรคประชาชนในฐานะผู้นำฝ่ายค้านจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าเป็นการตรวจสอบรัฐบาลโดยไร้ดีลลับดีลลวง หรือแอบจับมือกับใครไว้ข้างหลังเพื่อทวงคืนศรัทธาจากด้อมส้ม และจะเป็นการปูพรมแดงไปสู่ศึกการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2569 ขณะที่พรรคเพื่อไทยในฐานะรัฐบาลจะใช้จังหวะนี้ชิงเวทีเพื่อแถลงผลงานได้หรือไม่ หรือจะกลับกลายเป็นว่านายกฯ อิ๊งค์จะจบในเวทีนี้ในสภาพที่สะบักสะบอมและจะต้องสู้กับศึกนิติสงครามในยุทธการโรยเกลือที่พรรคประชาชนประกาศไว้ว่าจะนำข้อมูลการอภิปรายครั้งนี้ไปยื่นต่อองค์กรอิสระเพื่อถอดถอน น.ส.แพทองธาร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป.