เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 68 ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.ตะวันออก) วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ว่า ที่ผ่านมาจุฬาฯ ได้ทำเรื่องการขอพื้นที่จากอุเทนถวาย ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่มีคำสั่งให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาฯ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค. 65 ที่ผ่านมา โดยจะต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังมีคำสั่งศาล แต่เวลาก็ล่วงเลยและยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน จึงทำให้จุฬาฯ ต้องยื่นเรื่องไปที่ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายกรัฐมนตรี เพื่อให้คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ และวางแนวทางแก้ไขปัญหา โดยได้เตรียมสถานที่ใหม่รองรับไว้ให้แล้ว ซึ่งที่ผ่านจุฬาฯ ให้เกียรติ เคารพกฎหมาย และเคารพสิทธิของอุเทนฯ มาตลอด เพราะมองเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีงาม และในฐานะที่เราเป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อสังคมเช่นเดียกัน จึงอยากให้อุเทนฯ เคารพกฎหมายและย้ายออกจากพื้นที่ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ซึ่งตนเข้าใจเรื่องความรักสถาบัน แต่อยากให้มองในภาพรวม และขอยืนยันว่าจุฬาฯ ไม่ได้นำพื้นที่ของอุเทนฯ ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่จะนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน เช่น สร้างการจัดการศึกษาเพื่อชุมชนและสังคม เป็นต้น

ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ จุฬาฯ อยากให้อุเทนฯ ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะคำสั่งดังกล่าวถือเป็นคำสั่งศาลปกครองสูงสุดแล้ว และเป็นคำพิพากษาที่สิ้นสุดแล้ว เรื่องนี้จำเป็นจะต้องมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งจุฬาฯ ก็ได้แต่เฝ้ารอและทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างดีที่สุด ซึ่งคำสั่งศาลปกครองสูงสุดตัดสินมาอย่างไร จุฬาฯ ก็ปฏิบัติตามมาโดยตลอด ทั้งนี้ ตนเข้าใจดีว่าทุกคนรักสถาบัน ตนก็รักสถาบันเช่นเดียวกัน แต่เราต้องมองประเด็นนี้ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้านด้วย ดังนั้น หน้าที่ของสถาบันการศึกษาคือการสั่งสอนเยาวชนให้เคารพกฏกติกาของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเคารพฏหมาย ซึ่งกรณีนี้ถึงขี้นศาลสูงสุดแล้ว หากสถาบันใดไม่ปฏิบัติตามกฏหมายเสียเองแล้วจะสอนให้คนในสถาบันฯ เคารพกฏหมายได้อย่างไร.