พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดเผยหลัง ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ MOU กับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ว่า การลงบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับทั้ง 3 หน่วยงานนี้ จะเป็นการสร้างความร่วมมือกันของการเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ด้านการเกษตร และขับเคลื่อนงานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การขยายผลงานวิจัยนวัตกรรมเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านสื่อและช่องทางต่างๆ เช่น นิทรรศการ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรการเรียนรู้สำหรับเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่เครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ และช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทรัพยากรระหว่างหน่วยงาน การพัฒนาและเผยแพร่ผลการวิจัยด้านเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงสู่สังคมอย่างเป็นระบบ สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตรของไทย และช่วยให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลาต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี และอาจขยายต่อไปอีกในอนาคต เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ด้าน ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง  ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวว่า เราจะร่วมมือกันเพื่อสร้างเครือข่ายวิจัย การพัฒนาเพื่อยกระดับการเกษตรของประเทศไทย ผลักดันการพัฒนาการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทุกมิติ โดยเน้นการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนางานวิจัยการเกษตรให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร การสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกร โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนและเสริมสร้างความรู้ตั้งแต่การวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงพร้อมสนับสนุนการขยายผลองค์ความรู้สู่ชุมชน และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่สูง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี ทรัพยากร และบุคลากร เพื่อเพิ่มพูนความรู้ที่ทั้งสองฝ่ายพัฒนาร่วมกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ต่อเกษตรกร นำมาซึ่งรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ โดยใช้แนวคิดตามศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน การลงนามครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือครั้งสำคัญของทั้ง 3 หน่วยงาน องค์การมหาชน ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรไทย รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศต่อไป