เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึง ความคืบหน้าการจัดทำพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ว่า พ.ร.ก. จะเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือน มี.ค. นี้ เป็น พ.ร.ก. ที่จะออกมาเพิ่มเติมในการกำหนดความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน บริษัทโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มต่างๆ โดยจะเริ่มใช้ได้หลังประกาศพระราชราชกิจจานุเบกษาต้นเดือน เม.ย. 2568 ทั้งนี้ไม่ต้องนำเข้า ครม. อีก เพราะผ่านไปแล้ว แค่ต้องแจ้งต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่กฎหมายมีผลทันทีที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว สถาบันการเงิน บริษัทโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มต่างๆ จะต้องร่วมชดใช้ความเสียหายด้วยเลยหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ ตอนนี้เราเรียกสถาบันการเงิน บริษัทโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มต่างๆ มาแล้ว เพื่อที่จะทำความเข้าใจว่า เมื่อ พ.ร.ก. ฉบับนี้บังคับใช้แล้วต้องปฏิบัติอย่างไร ก็ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ลงตัวกัน แต่เดือน เม.ย. นี้ ได้ใช้แน่ ยกตัวอย่างเรามีข้อกำหนดให้ธนาคารดำเนินการ เช่น การเปิดบัญชีต้องเปิดได้ยากขึ้น ไม่ใช่ว่าใครก็เปิดได้หมด โดยไม่สอบถามอะไรเลย อย่างนี้ไม่ได้ ต้องสอบถามลักษณะธุรกิจ และตรวจสอบว่า บุคคลที่มาเปิดอยู่ในข่ายบุคคลต้องสงสัยหรือไม่ ถ้าอยู่ในรายชื่อบุคคลต้องสงสัยก็ต้องห้ามเปิด แต่ถ้ายังดันทุรังเปิดบัญชีให้ แล้วบัญชีนั้นก่อให้เกิดความเสียหาย ไปหลอกลวงพี่น้องประชาชน ธนาคารจะต้องรับผิดชอบ
เมื่อถามว่า มีการกำหนดสัดส่วนหรือไม่ว่า ธนาคารรับผิดชอบเท่าไหร่ ค่ายมือถือรับผิดชอบเท่าไหร่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับศาลเป็นคนวินิจฉัยว่าผลของความเสียหายน้ำหนักอยู่ที่ฝั่งใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แปลว่าแต่ละคดีที่เกิดขึ้นจะต้องไปแจ้งความแล้วค่อยรอศาลตัดสิน จะใช้เวลานานหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ก็ไม่นานมาก ปกติที่ศาลใช้เวลานานเพราะสู้คดีต่อกันหลายขั้น เมื่อถามย้ำว่า แปลว่าศาลชั้นเดียวจบถูกหรือไม่ นายประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อเข้าศาลแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการศาล.



