เมื่อวันที่ 1 เม.ย. นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า แรงงานที่ทำงานในตึก สตง. นอกจากคนไทยยังมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก กำลังเร่งตรวจสอบอยู่ว่ามีจำนวนเท่าใด และได้มีการขึ้นทะเบียนกับประกันสังคมหรือไม่ โดยเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ได้เชิญทางบริษัทนายจ้างมาหารือแล้ว 1 ครั้ง และในวันที่ 3 เม.ย. ประกันสังคมร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เชิญบริษัทนายจ้างมาชี้แจง โดยมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างตึก สตง. 22 บริษัท เป็นบริษัทที่ขึ้นทะเบียนเป็นกิจการร่วมค้าคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีบริษัทควบคุมงานอีก 3 บริษัท และบริษัทรับเหมาช่วงอีก 17 บริษัท

นางมารศรี กล่าวว่า นายจ้างจะต้องชี้แจงว่า ได้มีการยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นนายจ้างกับกองทุนประกันสังคม เพื่อให้ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนได้รับสิทธิประกันสังคม ซึ่งตามกฎหมายต้องยื่นภายใน 30 วัน หรือถ้ายังไม่ขึ้นทะเบียนแต่มีหลักฐานการจ้างมีใบอนุญาตทำงาน (work permit) ก็ยังสามารถขึ้นทะเบียนได้แต่ถือว่านายจ้างขึ้นทะเบียนไม่ตรงตามเวลาก็ต้องดำเนินการทางกฎหมายกับนายจ้าง ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จะไม่สามารถขึ้นทะเบียนประกันสังคมได้ แต่สำนักงานประกันสังคมก็มีข้อกฎหมายระบุไว้ให้สามารถดำเนินการออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยอัตราเดียวกับที่ประกันสังคมจ่ายให้แรงงานที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าใด ต้องให้นายจ้างเข้ามาชี้แจงข้อมูลทั้งหมดว่ามีขึ้นทะเบียนกี่คนและยังไม่ได้ขึ้นกี่คนโดยทุกคนจะต้องได้รับการเยียวยา.