ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 เม.ย. เพจ “โคxรเปียก” โพสต์แถลงการณ์ยกเลิกงาน โดยระบุว่า “ตามที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงภายในบริเวณงาน โคตรเปียก 2025 Songkran Festival เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2568 จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหลายสำนัก ทางทีมผู้จัดงานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

และขอเรียนให้ทราบว่า ต้นสังกัด GeneLab และวง TaitosmitH ได้ตัดสินใจยกเลิกการแสดงในวันที่ 6 เม.ย. 2568 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงาน ศิลปิน และทีมงานทุกฝ่ายเป็นสำคัญ

ทางผู้จัดงาน เคารพในการตัดสินใจของทางค่ายและศิลปินอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ จึงขอประกาศว่า งาน โคตรเปียก 2025 ในนี้จะงดจัดกิจกรรมทั้งหมด เพื่อแสดงความรับผิดชอบ และเพื่อให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการด้านความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับผู้ที่ได้ซื้อบัตรล่วงหน้า ทีมงานจะดำเนินการคืนเงินเต็มจำนวนให้ทุกท่าน โดยจะแจ้งรายละเอียดขั้นตอนการคืนเงินผ่านเพจหลักภายใน 3 วัน

สุดท้ายนี้ พวกเราทีมงานขอขอบคุณทุกกำลังใจและความเข้าใจจากทุกท่าน พร้อมขอภัยอย่างสุดซึ้งในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสได้กลับมาจัดกิจกรรมภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น”

ขณะที่ นายพลากร ลิ่มดุลย์ อายุ 56 ปี หรือพี่หมู ผู้จัดงาน ‘โคตรเปียก’ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเที่ยงคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเลิกงานแล้ว ตนก็ยืนส่งลูกค้ากลับบ้าน แล้วมีลูกน้องโทรศัพท์มาแจ้งว่า มีคนชกต่อยกันที่ลานจอดรถด้านหน้า ซึ่งตรงจุดดังกล่าว ถือว่าเป็นคนละส่วนกัน แต่ตนก็อยากแสดงความรับผิดชอบ จึงรีบวิ่งไปกระโดดคว้าตัวผู้ต้องหา และตำรวจก็ พนักงานรักษาความปลอดภัยในร้านเข้ามาช่วยกันจับตัวไป สน.ลาดพร้าว  ปมเหตุที่แท้จริง ตนพอจะทราบข้อมูลมาอีกมุมหนึ่งว่า เพื่อนหญิงคนสนิทของผู้ต้องหาเคยเป็นแฟนเก่าของผู้เสียชีวิต บังเอิญมาเจอกันในร้าน จึงเกิดอาการหึงหวง และเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น 


ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยของร้าน ตนยืนยันว่า ทางร้านมีการคัดกรองเป็นอย่างดี มีการตรวจอาวุธและยาเสพติดลูกค้าทุกคนก่อนเข้าร้าน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นนอกเหนือสถานที่ของตน ลานจอดรถอยู่คนละส่วนกับงานที่จัด และเหตุการณ์ดังกล่าว ก็เกิดขึ้นนอกเหนือพื้นที่ของตน รวมทั้งผู้ต้องหาก็เก็บอาวุธปืนไว้ในรถซึ่งถ้าจะให้ตนไปตรวจรถลูกค้าทุกคนคงไม่ได้


สำหรับกรณีที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยในร้านทำร้ายร่างกายจนศีรษะแตกนั้น พี่หมูชี้แจงว่า ตนเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่า ถ่ายทำไม เพราะตนไม่อยากให้มีใครถ่ายคลิปเพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของงานเสียหาย ซึ่งตนก็ มีปากเสียงเล็กน้อยกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนดังกล่าว เพราะพนักงานรักษาความปลอดภัยในร้านได้ยินแบบนั้น ก็เลยโมโหจึงเข้ามาเอาเรื่อง ตนก็เข้าไปห้าม และขอโทษขอโพยเจ้าหน้าที่กู้ภัย จนเคลียร์กันลงตัว ก็เลยไม่มีการแจ้งความ โดยหลังจากนี้ตนมีแนวคิดว่า จะให้ลูกค้าใช้รถบริการโดยสารสาธารณะ มาลงที่ปากซอย แล้วทางร้านจะใช้รถสองแถวออกไปรับลูกค้าแทน