เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 เม.ย. 68 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มาพิจารณาแทน ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. โดยมี สส.อีกหลายคนร่วมเสนอญัตติด่วนในทำนองเดียวกัน รวม 10 ญัตติ ได้แก่ นายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา นายประมวล พงษ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์  นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย  นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  นายวรวิทย์ บารู สส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ

จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์  รมช.คลัง ในฐานะคณะรัฐมนตรี (ครม.) ลุกขึ้นกล่าวว่า ในญัตติที่ สส. ได้เสนอขึ้นมา ทางรัฐบาลให้ความสนใจ นายกรัฐมนตรีเลยได้ดำริที่จะให้คณะรัฐมนตรีเข้ามามีส่วนร่วม โดยมอบหมายให้ตนและรัฐมนตรี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามารับฟังข้อเสนอแนะและความเห็นในการนำไปเจรจากับประเทศสหรัฐอเมริกา

จากนั้น นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม กล่าวเสนอญัตติว่า น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นห่วงการเจรจาของรัฐบาลไทยกับสหรัฐจะกระทบต่อเกษตรกร ที่ผ่านมารัฐบาลมักเอาสินค้าเกษตรเป็นเงื่อนไขเจรจา การให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศคู่ค้าอาจส่งผลต่อเกษตรกร ขอให้รัฐบาลคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกร คิดถึงหัวอกเกษตรกร เจรจาด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงรากเหง้าของประเทศให้เสียดุลมิติทางการเกษตรน้อยที่สุด รวมถึงข้อเรียกร้องการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าการเกษตรบางชนิดเข้าประเทศไทย อาจกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรไทยตกต่ำมากกว่าเดิม เราไม่ได้ค้าขายกับสหรัฐประเทศเดียว มี 4 ข้อเสนอคือ 1.อยากเห็นการเจรจาอย่างรัดกุมให้กระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด 2.ให้รัฐบาลหาทางลดความเสี่ยง โดยหาประเทศคู่ค้าเพิ่ม ไม่ใช่สหรัฐอย่างเดียว 3.มีมาตรการรองรับสินค้าที่จะไหลทะลักจากยุโรปมายังเอเชีย 4.มีมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากการเจรจาให้ดีที่สุด

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า การขึ้นกำแพงภาษีสหรัฐสร้างผลกระทบหนักหนารุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าทุกครั้ง เกิดการตัดราคาสินค้า การหาตลาดใหม่ๆ ทำให้สินค้าต่างๆ ไหลเข้าประเทศไทย สินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐ 3 อันดับแรกคือ อุปกรณ์สื่อสารไวไฟ  ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ แผงโซลาร์เซลล์  ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบ แต่รวมถึงแรงงานที่เสี่ยงถูกเลิกจ้าง ไม่มีใครคาดการณ์ได้สงครามการค้าโลกจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เพราะสหรัฐบอกมี 70 ประเทศต่อคิวเข้าเจรจาลดกำแพงภาษี ยิ่งมีการตอบโต้มาตรการภาษีไปมาระหว่างสหรัฐกับจีน ย่อมส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย แต่ไพ่ที่เราจะไปเจรจาไม่ได้มีอะไรอัศจรรย์ ใหญ่เบิ้มอย่างที่สหรัฐต้องการ แต้มต่อที่เคยมีหายไปทุกวัน ปฏิเสธไม่ได้การส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ทำให้มิตรกลายเป็นอื่น ยิ่งมีการแจ้งจับนักวิชาการสหรัฐ ข้อหามาตรา 112 ไม่ให้ประกันตัว ไม่รู้เขาจะเจรจากับเราหลังมีเรื่องนี้หรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่ได้ติดใจการไม่เร่งรีบเจรจาของรัฐบาลไทยกับสหรัฐ โดยขอรอดูท่าทีก่อน แต่เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งทำควบคู่กับการเจรจาคือ การเยียวยา กระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ยิ่งการเจรจากินเวลาต่อเนื่อง ยิ่งกระทบปากท้องประชาชนมากขึ้น จากการคาดการณ์จีดีพีกรณีเลวร้ายที่สุด อาจโตแค่ ร้อยละ 1  สูงสุดไม่เกิน ร้อยละ 2.3 รัฐบาลเตรียมมาตรการฉุกเฉินอะไรบ้าง หลายประเทศออกมาตรการเยียวยาผลกระทบ อาทิ เกาหลีและญี่ปุ่นใต้มีแพ็กเกจเยียวยาภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ ออสเตรเลียให้สินเชื่อเอกชนในการหาตลาดใหม่ๆ การเยียวยาเฉพาะหน้ามีความจำเป็น รัฐบาลต้องรีบทำ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังไม่เห็นมาตรการรูปธรรมจากภาครัฐ วันนี้ปัญหาเฉพาะหน้าใหญ่หลวง การลงทุนหยุดชะงัก คนกำลังตกงาน ต้องมีมาตรการฉุกเฉินเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไปในเวลาเดียวกัน ขณะนี้งบประมาณการคลังที่เหลืออยู่มีน้อยมาก หนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน เหลือพื้นที่กู้เพิ่มได้อีกในงบประมาณปี 2568 อีก 4-5 แสนล้านบาท

“หากวิกฤติที่จะเผชิญในวันข้างหน้า ที่รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ถ้าต้องขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อกู้เงินเพิ่ม สภายินดีสนับสนุน ถ้าไม่ได้กู้เพื่อไปแจกเงินอย่างสะเปะสะปะ ถ้ามีแผนชัดเจนเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศ ให้กู้เลยเพื่อนำงบมาเยียวยาภาคอุตสาหกรรม แรงงาน ไปปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ให้กู้เลย เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขัน กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน  ขออย่างเดียวอย่ากู้ไปแจก เพื่อเทน้ำลงบ่อทราย  ตีเช็คเปล่าให้ตัวเอง หรือกู้โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน วันนี้วิกฤติใหญ่หลวง ทั้งลึกและกว้าง กินเวลายาวนาน ต้องจับมือก้าวข้ามไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ใช้โอกาสนี้ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว.