สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ว่า การโต้เถียงที่รุนแรงนี้เกิดขึ้น หลังนาวาร์โรวิจารณ์มัสก์ว่า เขา “ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์” แต่เป็น “ผู้ประกอบรถยนต์” ซึ่งต้องพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้า โดยก่อนหน้านี้ มัสก์เคยส่งสัญญาณคัดค้านนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์

มัสก์เขียนผ่านเอ็กซ์ว่า “นาวาร์โรเป็นคนโง่จริง ๆ สิ่งที่เขาพูดนี้เป็นเท็จอย่างชัดเจน” หลังมีคลิปที่นาวาร์โรกล่าวว่า เทสลานำเข้าแบตเตอรี่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยางรถยนต์ และมัสก์ต้องการชิ้นส่วนราคาถูกจากต่างประเทศ และมัสก์ย้ำว่า “เทสลามีรถยนต์ซึ่งผลิตในอเมริกามากที่สุด”

“นาวาร์โรยังโง่ยิ่งกว่ากองอิฐ” มัสก์กล่าว และเรียกอีกฝ่ายว่า “ปีเตอร์ รีทาร์โด” (Peter Retardo) ซึ่งออกเสียงคล้ายกับคำว่า “retard” หรือ โง่เง่า พร้อมทั้งแนะนำให้เขาไปสอบถาม “ผู้เชี่ยวชาญปลอม” ที่ชื่อว่า “รอน วารา” ซึ่งเป็นชื่อบุคคลสมมุติที่นาวาร์โรเคยอ้างถึง เพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนในผลงานตีพิมพ์ของเขา

หลังถูกถามว่าการโต้เถียงครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความเป็นเอกภาพของทำเนียบขาวหรือไม่ นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า “ผู้ชายก็คือผู้ชาย และเราจะปล่อยให้การโต้เถียงในที่สาธารณะของพวกเขาดำเนินต่อไป” และให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า เห็นได้ชัดว่าบุคคลทั้งสองนี้มีมุมมองที่แตกต่างกันอย่างมาก ในเรื่องการค้าและภาษีศุลกากร

ในการให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี นาวาร์โรกล่าวไว้ว่า “เราทุกคนในทำเนียบขาวและชาวอเมริกันเข้าใจกันว่า อีลอน มัสก์ เป็นผู้ผลิตรถยนต์ แต่เขาไม่ใช่” และ “ถ้าคุณไปที่โรงงานของเขาในรัฐเทกซัส แบตเตอรี่มาจากญี่ปุ่นและจีน ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาจากไต้หวัน”.

เครดิตภาพ : AFP