เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 68 ที่รัฐสภา นายสุทธิพงษ์ บุญนิธ รองผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้แจงเป็นครั้งแรก หลักจากเกิดเหตุการณ์อาคาร สตง. แห่งใหม่ถล่ม ว่า สตง. ต้องการนำเสนอข้อเท็จจริง มั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ถนนสุดสายวิ่งมาที่ สตง. แมลงวันบินผ่านก็ด่าได้ จึงอยากขอชี้แจงข้อเท็จจริง โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่พิเศษ การก่อสร้างต้องจ้างออกแบบ จ้างควบคุมงาน ส่วนการป้องกันแผ่นดินไหวต้องไปถามผู้ออกแบบ ซึ่งบอกว่าดำเนินการแล้ว การดำเนินการทุกอย่างยึดหลักกฎหมาย เรื่องการก่อสร้างนั้น มีผู้เข้าประกวดราคา 16 ราย แต่กิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซี ชนะประกวดราคา เป็นบริษัทที่มีทุน และเทคโนโลยีจากจีน ไม่มีการฮั้ว บริษัทฯ ระบุว่าทำงานได้ตามงบประมาณที่เสนอราคาไว้ มีระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี แต่ได้ขยายเวลามา 2 ครั้ง เนื่องจากโควิด-19 และปรับรูปแบบก่อสร้าง แต่ปรากฏว่า 4 ปี เพิ่งได้ ร้อยละ 33 เพราะผู้รับก่อสร้างมีปัญหาเรื่องทุน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จึงมีมติบอกเลิกสัญญา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2568 แล้ว และอยู่ระหว่างนำเสนอต่อผู้มีอำนาจดำเนินการ แต่ปรากฏว่ามาเกิดเหตุถล่มเสียก่อน

ทั้งนี้ การชี้แจงดังกล่าวเกิดขึ้นกลางที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร มีนายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยเชิญนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาชี้แจงกรณีเหตุตึก สตง. ที่กำลังก่อสร้างถล่มระหว่างเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยผู้ว่าการ สตง. ส่งมาชี้แจงแทน ถือเป็นครั้งแรกที่ สตง. มาชี้แจงกรณีนี้
โดยนายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตัวแทน สตง. ชี้แจงว่า เมื่อบริษัทผู้รับเหมาทราบว่า จะถูกยกเลิกสัญญาก่อสร้าง เพราะมีปัญหาเรื่องทุน จึงรีบเกณฑ์คนงานเข้ามาก่อสร้าง เพื่อให้เห็นว่า ตัวเองมีศักยภาพทำงานต่อไปได้ จากเดิมที่มีอยู่ 80 คนต่อวัน ขนคนมาเพิ่มเป็น 400 คนต่อวัน จึงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งนี้ สตง. ระบุว่า จะออกมาแถลงความชัดเจนทุกเรื่องอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม นายสุทธิพงษ์ ยังได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) เป็นประธานการประชุม พิจารณาติดตามการบริหารงบประมาณ กรณีโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่ถล่ม อันเกิดจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล ดังนี้ 1.ผู้ว่าการ สตง. 2.อธิบดีกรมบัญชีกลาง 3.อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 4.อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) 5.นายกสภาวิศวกร 6.นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ 7.นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
โดยนายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษก สตง. กล่าวว่า อาคารของ สตง. เป็นอาคารสูงพิเศษ เป็นไปตามความหมายของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคารปี 2522 ฉะนั้น จึงต้องมีการจ้างออกแบบซึ่งได้บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยวงเงิน 73 ล้านบาท และได้ผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด มีการลงนามสัญญา 23 กันยายน 2563 และมีการแก้ไขสัญญา 9 ครั้ง งบประมาณในสัญญาอยู่ที่ 2,560 ล้านบาท ราคากลางขณะที่ประมูลอยู่ที่ 2,522 ล้านบาท แต่ราคาที่ประมูลได้อยู่ที่ 2,136 ล้านบาท แต่เมื่อมีการแก้ไขสัญญาและปรับเนื้องานปัจจุบันสัญญาอยู่ที่ 2,131 ล้านบาท มีระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 36 งวดงาน

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า เริ่มสัญญาเมื่อส่งมอบพื้นที่ได้คือ 1 ม.ค. 2564 และต้องเสร็จตามสัญญาคือวันที่ 31 ธ.ค. 2566 แต่ระหว่างนั้นมีการขอขยายระยะเวลา 2 ครั้ง เนื่องจากสถานการณ์โควิดและการปรับแก้สัญญา ซึ่งมีการขยายไปจนถึงวันที่ 3 มิ.ย. 2567 และเราได้มีการปรับแผนตามหนังสือ วอ.1459 ต่อไปถึงวันที่ 14 มิ.ย. 2568 ค่าปรับเท่ากับศูนย์ตามหนังสือ วอ.3693 วันที่ 7 ส.ค. 2568
นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สตง. ได้เช่าที่รถไฟในพื้นที่ 10 ไร่ เพราะเราต้องการใช้พื้นที่ในการทำงานของเจ้าหน้าที่จำนวน 2,400 คน ซึ่งในส่วนนี้รวมถึงอาคารจอดรถ 1 อาคาร อาคารอบรม 1 อาคาร เรามีหน่วยงานภายใน 50 หน่วยงาน ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมีตึกสูง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่มีการออกแบบเราได้มีการไปปรึกษาอัยการสูงสุดเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ 2-3 ครั้ง จนกระทั่งได้บริษัทที่ชนะออกมา และเราก็ได้ผู้รับจ้างคือบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ที่ถูกมอบให้เป็นผู้เซ็นสัญญา ซึ่งเราได้มีการถามบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ว่าสามารถลดจากราคากลาง 300 กว่าล้านได้หรือไม่ คำตอบที่ได้คือเขามีทุนและมีเครื่องมือ และเขาทำเราจึงมีการปรับเงินจาก 2,522 ล้านบาทนั้น มาอยู่ในวงเงินที่เขาเสนอคือ 2,136 ล้านบาท แต่ต้องได้ตึกตามที่เราประกวดราคา และมีการจ่ายเงินไปแล้ว 22 งวด หรือเป็นวงเงิน 966 ล้านบาท รวมเงินที่ต้องจ่ายล่วงหน้า
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ด้วยจำนวนเงินดังกล่าวเป็นเงินจำนวนมากที่สุดเท่าที่ สตง. ได้ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการทุจริต โครงการข้อตกลงคุณธรรม กับกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ซึ่งอยู่ในช่วงการบริหารสัญญา เรายินดีที่จะนำเงินเป็นค่าธรรมเนียมให้กับผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการข้อตกลงคุณธรรมปีละ 2 แสน เป็นเวลา 3 ปี รวม 6 แสน ด้วยเงินของ สตง.

“เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2567 เขาควรได้งาน 86.77 เปอร์เซ็นต์ หากทำอย่างถูกต้อง แต่เขากลับมีงานแค่ 33 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจึงมีมติขอให้บอกเลิกสัญญา และอยู่ระหว่างการเสนอผู้มีอำนาจดำเนินการ แต่ปรากฏว่าผู้มีอำนาจหมดวาระ ต้องรอชุดใหม่เข้ามา เรื่องจึงอยู่ตรงนั้น” รองผู้ว่าการ สตง. กล่าว
นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ตึกถล่ม ทั้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น หากทราบว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เราก็จะสามารถชี้ผู้ที่รับผิดได้ การที่ สตง. ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงนั้น ก็เพราะหากมีการตั้งคณะกรรมการจริง เรื่องก็จะยุติ เนื่องจากสิ่งที่เราทำอยู่ เรามีเอกสารอย่างละเอียดทุกประการ ฉะนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่ถูกตั้งเป็นคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ช่วยบอกหน่อยว่าตึกถล่มเพราะอะไร
“เราไม่ได้นิ่งเฉย เราได้เข้าไปบริเวณตึกถล่มทุกวัน รวมถึงเมื่อศพผู้เสียชีวิตไปถึงจังหวัดไหน สตง.จังหวัดนั้นต้องเข้าไปเป็นเจ้าภาพ หาก สตง. ตั้งคณะกรรมการสอบ สตง. เอง สตง. ก็จะไม่ผิด ฉะนั้น จึงต้องให้คนนอกตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบ เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าใครที่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนเรื่องงานก่อสร้างเราต้องเดินหน้าต่อ แต่ก็เห็นว่าจะทำตึกสูงเหมือนเดิมไม่ได้ และเราได้เช่าที่รถไฟบริเวณด้านหน้าเพิ่มอีก 4 ไร่ เราจึงจำเป็นที่จะต้องแก้แบบให้เป็นแบบแนวราบ กว้าง 50 ตารางวา ยาว 100 ตารางวา เอาทุกอย่างให้ไม่ต้องทันสมัย แอร์ก็ติดผนังธรรมดาเวลาเสียจะได้ไม่ต้องซ่อมยาก แล้วค่อยใส่ความทันสมัยในเทคโนโลยีเวลาทำงาน งบประมาณในการก่อสร้างคงจะไม่ถึง 2,000 ล้านบาท และจะไม่สร้างทับ บริเวณที่ตึกถล่ม จะขยับมาข้างหน้า รวมถึงจะใช้งบประมาณที่เหลือในการก่อสร้างต่อ” รองผู้ว่าการ สตง. กล่าว

นอกจากนี้ทางตัวแทน สตง. อีกราย ชี้แจงกรณีเหล็กเส้นที่มีปัญหาว่า เรากำหนดมาตรฐานของเหล็กไว้คือต้องได้ มอก. หรือเหล็กตัวที ที่ปรากฏไว้ใน มอก. เรารู้แค่นี้ เราไม่ใช่วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เราเป็นนักกฎหมาย เราเป็น สตง. ที่ดูตามเอกสารว่าต้องมีการพิจารณาอย่างไร และมีการยืนยันว่าเหล็กตัวทีสามารถใช้ได้ แต่มีข้อสังเกตสองอย่างคือ เมื่อเป็นเหล็กตัวที เขาไม่อยากให้เชื่อม ให้ใช้ข้อต่อเชิงกล และมีการทดสอบดัดโครงแล้ว เช่นเดียวกับเรื่องของคอนกรีตที่มีการกำหนดมาตรฐานไว้ และมีการทดสอบทางโครงสร้างปรากฏว่าค่าอยู่ที่ 400 กว่า มากกว่ามาตรฐานที่เราต้องกว่า
ด้านนายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า หากอยากตรวจสอบเรื่องเกี่ยวกับปูน ก็สามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก เพราะเรามีบริษัทที่ทำเกี่ยวกับปูนแค่สองบริษัท การจะบอกว่าตึกเราเพิ่งเซตตัวนั้นไม่ใช่ เพราะตึกตั้งสง่ามา 4 ปีแล้ว



