จากกรณี ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หรือ “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าชุดพญาเสือคนแรก ซึ่งเกษียณอายุราชการไป ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอ แชร์ไอเดียธุรกิจ “ตะคร้ำแช่อิ่ม” ซึ่งเป็นธุรกิจหลังเกษียณ พร้อมทั้งแชร์สูตรวิธีการทำแบบทุกขั้นตอน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
เปิดชีวิตหลังเกษียณ ‘ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร’ สร้างธุรกิจไม่ซ้ำใครทำ ‘ตะคร้ำแช่อิ่ม’

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ผลตะคร้ำ” มันคืออะไร แล้วทำไมถึงคล้าย “มะขามป้อม” วันนี้ทางเดลินิวส์ออนไลน์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ “ต้นตะคร้ำ” ที่มีคุณสมบัติแก้เจ็บคอ ชุ่มคอ คนที่เดินป่าหรือใช้การดำรงชีพ ก็จะใช้ผลของตะคร้ำรักษาโรคเช่นเดียวกัน

สำหรับ “ต้นตะคร้ำ” จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง ลำต้นเปลาตรง มีความสูงได้ประมาณ 10-20 เมตร เมื่อโตวัดรอบ 100-200 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขารอบ ๆ เรือนยอดของต้น โคนต้นเป็นพูพอน ตามกิ่งอ่อนและก้านช่อดอกมีขนสีเทาขึ้นปกคลุมกระจายอยู่ทั่วไป และมีรอยแผลใบปรากฏอยู่ตามกิ่ง เปลือกต้นเป็นสีเทาหรือสีน้ำตาลปนเทาแตกเป็นสะเก็ดหรือเป็นหลุมตื้น ๆ ทั่วไป ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีนวล มีทางสีชมพูสลับ และมียางสีชมพูปนแดงไหลออกเมื่อสับดู โดยยางนี้หากทิ้งไว้นาน ๆ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองคล้ำ

อีกทั้ง ส่วนกระพี้จะเป็นสีชมพูอ่อน ๆ และมีแก่นเป็นสีน้ำตาลแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เป็นไม้กลางแจ้ง ในประเทศไทยพบขึ้นตามที่ราบตามป่าโปร่ง ป่าผลัดใบ ป่าดิบแล้งในที่ค่อนข้างราบและใกล้ลำห้วยทั่วไป ป่าดิบเขา และตามป่าเบญจพรรณชื้น ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 50-800 เมตร ส่วนในต่างประเทศพบได้ที่ประเทศอินเดีย เมียนมา ลาว กัมพูชา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ “ใบตะคร้ำ” ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงเวียนสลับเป็นกระจุกบริเวณปลายกิ่ง ก้านช่อหนึ่งจะมีใบย่อยประมาณ 7-13 ใบ ออกเรียงตรงข้ามหรือทแยงกันเล็กน้อย และยาวประมาณ 10-12 นิ้ว ตรงปลายก้านจะมีใบเพียงใบเดียว ลักษณะของใบเป็นรูปมนรีหรือรูปวงรีแกมขอบขนาน ปลายใบสอบหรือหยักเป็นติ่งแหลม โคนใบแหลมหรือมนเบี้ยว ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-10 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียว มีเส้นแขนงใบประมาณ 10-12 คู่ ใบอ่อนมีขนขึ้นปกคลุม ส่วนใบแก่จะเกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง ก้านใบสั้นมาก ใบแก่จะร่วงก่อนการผลิดอก และจะเริ่มผลิใบใหม่เมื่อดอกเริ่มบาน

โดย ดอกตะคร้ำ” ออกดอกเป็นช่อใหญ่บริเวณปลายกิ่งหรือส่วนยอดของต้น ช่อดอกยาวประมาณ 6 นิ้ว ดอกย่อยมีจำนวนมาก เป็นดอกแบบสมบูรณ์ ลักษณะของดอกเป็นรูประฆัง กลีบรองกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5 แฉก ลักษณะของกลีบรองกลีบดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม ขนาดประมาณ 1.5-2.5 มิลลิเมตร ส่วนกลีบดอกเป็นสีครีม สีเหลือง สีเหลืองอ่อน หรือสีชมพู มี 5 กลีบ ออกเรียงสลับกับกลีบเลี้ยง ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแกมรูปหอก ยาวประมาณ 2.5-3.5 มิลลิเมตร มีขน ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ มีเกสรเพศผู้ 10 อัน เกสรเพศเมีย 1 อัน ยาวประมาณ 5-7 มิลลิเมตร รังไข่มี 5 ช่อง แต่ละช่องจะมีไข่อ่อน 2 ใบ ปลายหลอดท่อรังไข่มี 5 แฉก ก่อนจะออกดอกจะผลัดใบหมด โดยจะออกดอกในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม

นอกจากนี้ ผลตะคร้ำ” ผลเป็นผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลม อวบน้ำ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร มีเมล็ดอยู่ภายใน สีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีดำ ผลมีเนื้อนุ่มแต่ภายในมีผิวแข็งหุ้ม จะเป็นผลในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม

อีกทั้ง สรรพคุณของตะคร้ำจะมีดังนี้
1. ผลตะคร้ำ มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงธาตุหรือบำรุงกระเพาะอาหาร (ผล)
2. ต้นสดนำมาคั้นเอาน้ำใช้หยอดตา แก้ตามัวเนื่องจากเยื่อตาอักเสบ (ต้น)
3. ตำรายาไทยจะใช้น้ำคั้นจากใบตะคร้ำ นำมาผสมกับน้ำผึ้ง ใช้เป็นยารักษาโรคหืด (ใบ)
4. ใช้เป็นยาแก้บิด แก้ท้องร่วง ด้วยการใช้เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำกินหรือนำมาบีบเพื่อเอาน้ำกินเป็นยา (เปลือกต้น)
5. เปลือกต้นใช้ฝนใส่น้ำร่วมกับเปลือกต้นมะกอกและตะคร้อ ใช้ดื่มเป็นยาแก้อาการปวดท้อง (เปลือกต้น)
6. เปลือกต้นใช้ต้มอาบสำหรับสตรีหลังคลอด (เปลือกต้น)
7. เปลือกต้นใช้ภายนอกเป็นยาทาห้ามเลือด (เปลือกต้น)
8. เปลือกต้นนำมาแช่กับน้ำใช้ล้างแผลเรื้อรังได้ดีมาก (เปลือกต้น)
9. ชาวเขาเผ่าอีก้อจะใช้เปลือกต้นตะคร้ำ นำมาตำพอกหรือต้มกับน้ำอาบเป็นยาแก้อักเสบ บวม ติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ฝีหรือตุ่ม (เปลือกต้น)
10. คนเมืองจะใช้เปลือกต้นนำมาแช่กับน้ำ ให้เด็กทารกอาบ ป้องกันไม่ให้ผิวหนังมีผื่นหรือตุ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของ “ตะคร้ำ” จะมีดังต่อไปนี้
1. ผลสุกใช้รับประทานได้
2. ชาวขมุจะใช้เปลือกต้นตะคร้ำนำมาขูดใส่ลาบ
3. ใบใช้มัดเสาเอกของบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลในการช่วยค้ำชู (คนเมือง)
4. เนื้อไม้ตะคร้ำ สามารถนำมาใช้ในการสร้างบ้านเรือ ทำเครื่องตกแต่งบ้าน เครื่องเรือน ทำฝา หีบหรือลังใส่ของได้
5. ผลใช้ย้อมตอกให้สีดำ
6. เปลือกต้น ให้น้ำฝาดชนิด Pyrogollol และ Catechol

ขอบคุณข้อมูล : อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา