สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่านางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวถึงความเป็นไปได้ของการเจรจากับจีน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางการค้า ว่า “สถานการณ์นับจากนี้ขึ้นอยู่กับจีน ที่ต้องทำข้อตกลงกับสหรัฐ สหรัฐไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายไปทำข้อตกลงกับจีน”
ถ้อยแถลงของโฆษกทำเนียบขาวเกิดขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า จีนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงการค้า ที่ลงนามร่วมกันในสมัยรัฐบาลสมัยแรก
.@PressSec shares a statement from @POTUS: "The ball is in China's court. China needs to make a deal with us; we don't have to make a deal with them. There's no difference between China and any other country except they are much larger, and China wants what we have… the… pic.twitter.com/qD9LHzdAJm
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) April 15, 2025
ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า “จีนซื้อแค่สิ่งที่ตัวเองต้องการ” และรัฐบาลปักกิ่ง “ไม่ให้ความเคารพ” ต่อรัฐบาลวอชิงตันชุดก่อนหน้าของประธานาธิบดีโจ ไบเดน
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า “จะปกป้อง” เกษตรกรของประเทศ เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ “อยู่บนแนวหน้าของการเผชิญหน้ากับศัตรู โดยเฉพาะจีน”
แม้ทรัมป์ระงับใช้กำแพงภาษี 145% กับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของจีน หลังหลายฝ่ายออกมาเตือน ว่าผู้บริโภคชาวอเมริกันต้องแบกรับผลกระทบจาก “ราคาที่พุ่งกระฉูด” อย่างไรก็ตาม สินค้าที่เหลือยังคงเผชิญกับอัตราภาษีดังกล่าว และรัฐบาลปักกิ่งกำหนดกำแพงภาษีตอบโต้สหรัฐ ในอัตรา 125%.
เครดิตภาพ : AFP



