สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองเคมบริดจ์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า ทรัมป์กล่าวว่า เขามีแผน “ยุติสถานะยกเว้นภาษี” ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หากอีกฝ่ายยังคงผลักดันสิ่งที่เขาเรียกว่า “ได้รับแรงบันดาลใจหรือสนับสนุนทางการเมือง อุดมการณ์ และการก่อการร้าย”

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐไม่ได้บอกว่า “จะทำอย่างไร” โดยภายใต้กฎหมายภาษีของสหรัฐ มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ของรัฐบาลกลาง เนื่องจากถือว่า “ดำเนินการเฉพาะ” เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาของสาธารณะ

นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเสริมว่า ผู้นำสหรัฐต้องการให้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดขอโทษ สำหรับสิ่งที่เธอเรียกว่า “การต่อต้านชาวยิวที่เกิดขึ้นในสถาบัน ต่อนักศึกษาชาวอเมริกันเชื้อสายยิว”

เธอกล่าวหามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันอุดมศึกษาอีกหลายแห่ง ว่า ละเมิดมาตรา 6 ของกฎหมายสิทธิพลเมือง ซึ่งห้ามผู้รับเงินทุนของรัฐบาลกลางเลือกปฏิบัติ โดยพิจารณาจากเชื้อชาติหรือถิ่นกำเนิด

ภายใต้กฎหมายดังกล่าว เงินทุนของรัฐบาลกลางจะถูกยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อมีการสอบสวนและการพิจารณาคดีที่ใช้เวลายาวนาน และแจ้งให้สภาคองเกรสทราบภายใน 30 วัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย หรือมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมาก่อน

ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์บางคนของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ฟ้องร้องรัฐบาลทรัมป์ ว่าการยกเลิกงบประมาณสนับสนุนนั้น ละเมิดสิทธิตามมาตรา 6 และสิทธิในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญและกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางที่นครนิวยอร์ก มีคำพิพากษาให้รัฐบาลทรัมป์ตอบกลับต่อประเด็นดังกล่าว ภายในวันที่ 1 พ.ค. นี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES