“ตับอ่อน” เป็นอวัยวะหนึ่งที่มีความสำคัญ ทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหารและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ขณะที่โรคตับอ่อนอักเสบ เป็นภัยเงียบที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน นอกจากจะทำให้เกิดอาการต่างๆที่สร้างความทุกข์ทรมานแล้ว ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวด้วย
เกร็ดความรู้จาก “คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิด” บอกเล่าถึงสาเหตุ อาการ วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว เริ่มต้นจากลักษณะของโรคตับอ่อนอักเสบ คือภาวะที่ตับอ่อนเกิดการอักเสบจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อภายในตับอ่อนเอง อันเนื่องมาจากเอนไซม์ย่อยอาหารที่ถูกกระตุ้นก่อนเวลาอันควร จนเริ่มกัดกร่อนเนื้อเยื่อภายใน ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง พ่วงกับอาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และในกรณีที่มีการอักเสบเรื้อรังอาจทำให้การทำงานของตับอ่อนเสื่อมลงเรื่อยๆ จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ อาทิ การย่อยอาหารผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน
“ตับอ่อนอักเสบ” แบ่งเป็น 2 ประเภท
1. ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เป็นภาวะที่การอักเสบของตับอ่อนเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับปัจจัยเฉพาะหน้า เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การอุดตันของท่อทางเดินน้ำดี และมักมีอาการแสดงที่ชัดเจน อาทิ ปวดท้องใต้ลิ้นปี่อย่างรุนแรง ปวดร้าวทะลุไปกลางหลัง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ หรืออาจมีตัวและตาเหลือง หากได้รับการดูแลและรักษาที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่จะฟื้นตัวได้ดี แต่ผู้ป่วยบางคนอาจมีความรุนแรงสูงจนเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา โดยอาจรุนแรงมากจนเสียชีวิตได้
2. ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง เกิดจากการอักเสบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จนทำให้เนื้อเยื่อตับอ่อนถูกทำลายอย่างถาวร ผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลด ถ่ายเป็นมันลอยเนื่องจากการย่อยอาหารผิดปกติ และเป็นโรคเบาหวานเนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้

สาเหตุของโรคตับอ่อนอักเสบ
-การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำและในปริมาณมาก
-นิ่วในถุงน้ำดีที่อาจหลุดมาขวางทางเดินน้ำดีและทางเดินน้ำย่อย
-การกินอาหารที่มีไขมันสูง
-การใช้ยาบางชนิดหรือการติดเชื้อบางประเภท
-พันธุกรรมหรือภาวะผิดปกติแต่กำเนิด
-เนื้องอกตับอ่อน
อาการของ “ตับอ่อนอักเสบ”
@ อาการตับอ่อนอักเสบชนิดเฉียบพลัน
-ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ และมักจะร้าวไปทะลุหลัง
-นั่งงอตัวมักจะปวดน้อยกว่าท่านอน
-คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้
-ตัวและตาเหลือง หากเป็นจากนิ่วในถุงน้ำดี
-หัวใจเต้นเร็วและแรง

@ อาการตับอ่อนอักเสบชนิดเรื้อรัง
-ปวดท้องลิ้นปี่เป็น ๆ หาย ๆ
-เป็นเบาหวาน
-ท้องเสียเรื้อรังหรือถ่ายเป็นมันลอย
-น้ำหนักลด
“ตับอ่อนอักเสบ” ห้ามกินอะไร
1.อาหารไขมันสูง เช่น อาหารทอด น้ำมันสัตว์
2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3.อาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด
4.อาหารแปรรูปและของหวานที่มีน้ำตาลสูง
วิธีป้องกัน “ตับอ่อนอักเสบ”
1.งดดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้ตับอ่อนอักเสบ
2.ควบคุมอาหารและเลี่ยงไขมันสูง รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด และโปรตีนที่ย่อยง่าย รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารทอด ของมัน และอาหารที่มีน้ำตาลสูง
3.ควบคุมน้ำหนัก การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีและโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่อาจนำไปสู่การอักเสบของตับอ่อนได้

4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำช่วยส่งเสริมระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมต้านทานความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ
5.ตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพประจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
6.งดสูบบุหรี่
ดังนั้น การรู้จักป้องกันและดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ และใส่ใจสุขภาพทางเดินอาหาร จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบได้ แต่หากมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าตัวเองอาจเป็นโรคนี้ ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที



