สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่า นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยแผนการปรับโครงร้างกระทรวงการต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุด หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการยุติการดำเนินงานของสำนักงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ “ความมั่นคงพลเรือน ประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน”


รูบิโอกล่าวว่า จะมีการตั้งสำนักงานใหม่มาแทนที่ ในชื่อ “สำนักงานประสานงานด้านความช่วยเหลือต่างประเทศและกิจการมนุษยธรรม” ซึ่งจะเป็นการรับโอนภารกิจส่วนใหญ่มาจาก หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสหรัฐ (ยูเอสเอด) โดยสำนักงานแห่งใหม่ จะเน้นการดำเนินงานไปที่การกำกับดูแลหน่วยงานเกี่ยวข้องกับ “ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพทางศาสนา”


ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน่วยงานเดิม จากที่เคยเน้นเรื่อง “ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และแรงงาน” ซึ่งสนับสนุนสิทธิของแรงงานในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม รูบิโอกล่าวว่า การดำเนินงานของสำนักงานแห่งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลายเป็นการเปิดโอกาสให้กับกลุ่มสนับสนุนอุดมการณ์ฝ่ายซ้าย เพื่อโจมตีฝ่ายอนุรักษนิยม และเปลี่ยนความเกลียดชังต่ออิสราเอลให้กลายเป็นนโยบาย อาทิ การออกมาตรการคว่ำบาตรด้านอาวุธ


ขณะเดียวกัน จะมีการยุติบทบาทของผู้แทนพิเศษด้านเสรีภาพทางศาสนา ผู้แทนพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศ และการยกเลิกสำนักงานอาชญากรรมสงคราม


ทั้งนี้ มีรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะปรับลดหน่วยงานในสังกัดจาก 734 แห่ง เหลือ 602 แห่ง ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการและอธิบดีสำนักงานทุกแห่ง ต้องเสนอแผนงานภายใน 30 วัน เพื่อการลดจำนวนบุคลากรลง 15% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ “มีนัยสำคัญ”

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวกล่าวว่า การยุติการดำเนินงานของสำนักงานบางแห่ง อาจไม่จำเป็นต้องมีการปลดพนักงาน โดยจะเป็นการจัดสรรบุคลากรไปยังหน่วยงานแห่งอื่น เพื่อปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES