เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงการทอดกฐินที่ จ.บุรีรัมย์ ไม่คึกคักเท่าที่ควร หลายวัดไม่มีคณะกฐินมาจอง ไม่มีบุตรหลานคนในหมู่บ้านมาจองกฐินเหมือนทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้คนไม่มีงานทำ รวมถึงการเดินทางและการรวมกลุ่มต้องใช้ความระมัดระวังตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

โดยที่วัดสำโรง หมู่ 4 ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งจะมีการทำบุญกฐินประจำปีในวันที่ 14 พ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยก่อนหน้านี้ ชาวบ้านมีความตั้งใจที่จะทำบุญกฐินประจำปี และตั้งกองกฐินไว้ที่กองละ 999 บาท ไม่รวมกับประธานกองกฐินที่จะเข้ามาร่วม แต่ปรากฏว่า มีชาวบ้านมาจองกองกฐินไม่ถึง 20 กอง หรือประมาณ 20,000 บาทเท่านั้น

พระครูสุเมธธรรมวิจารณ์ เจ้าอาวาสวัดสำโรง และเจ้าคณะตำบลถลุงเหล็ก กล่าวว่า ทางวัดต้องการบูรณะซ่อมแซมกุฎิหลังใหม่ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณ 1.5 ล้านบาท แต่ยังไม่มีงบประมาณ ทางวัดเห็นใจในช่วงเศรษฐกิจที่ตกต่ำ จึงไม่คิดจะทำบุญในเชิงบริจาค แต่ได้มีชาวบ้านมาร้องขอให้ตั้งกองกฐิน กองละ 999 บาท จึงตอบรับชาวบ้านไปว่า แล้วแต่กำลังศรัทธา พอมาถึงตอนนี้รู้เลยว่าเศรษฐกิจในยุคโควิด ไม่ดีจริงๆ

“ไม่ได้จะต้องการให้ชาวบ้านมาตั้งกองกฐินเพิ่ม หรือบีบให้หาเงินเข้าวัดแต่อย่างใด ทุกอย่างเป็นกลไกของเศรษฐกิจ ใครมีน้อยทำบุญน้อย ใครมีมากทำบุญมาก” พระครูสุเมธธรรมวิจารณ์ กล่าว

ด้านนางสัมพันธ์ ปาโสม อายุ 56 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน บอกว่า ยอมรับว่าเห็นใจวัด เพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ร้านค้าขายของไม่ได้ ทำให้ไม่มีเงินหมุนเวียน จริงแล้วอยากให้ผู้ที่มีกำลังมาช่วยประคับประคองการบูรณะศาลาเก่าแก่ให้เดินต่อไป เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของชาวบ้าน.