เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (มท.1) ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ช่วงปลายฤดูหนาวของทุกปี จะเกิดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ มีสาเหตุหลักทั้งจากธรรมชาติ และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การคมนาคมขนส่ง การเผาในที่โล่ง ไฟป่า โรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และหมอกควันจากต่างประเทศ รวมถึงสภาพทางอุตุนิยมวิทยา และสภาพภูมิประเทศในบางพื้นที่ของไทย ในช่วงที่ลมสงบ จะทำให้ระดับเพดานการลอยตัวและกระจายตัวของฝุ่นละอองอยู่ในระดับต่ำ การไหลเวียนและถ่ายเทอากาศไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้นบางช่วงเวลาในหลายพื้นที่

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ตั้งคณะทำงานเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการเกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทิศทางลม การเกิดจุดความร้อน พร้อมทั้งทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุ และปรับปรุงข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง การแบ่งพื้นที่รับผิดชอบถึงระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ให้เป็นปัจจุบันและชัดเจน บูรณาการซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และเน้นย้ำให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด ทั้งยานพาหนะ การก่อสร้าง ภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือน พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจและมีส่วนร่วมตามมาตรการภาครัฐ และต้องให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนอาสาสมัครที่เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดสถานการณ์ดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอ ใช้กลไกตามกฎหมาย อำนวยการ สั่งการ บูรณาการหน่วยงานฝ่ายทหาร พลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา ที่มีทักษะความชำนาญ เป็นชุดปฏิบัติการ พร้อมอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เข้าแก้ไขปัญหาโดยทันที โดยในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก ให้ประสานหน่วยงานที่มีอากาศยานสนับสนุนการปฏิบัติโดยเร็ว พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าดูแลประชากรกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบางที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดพื้นที่ และระบบบริการประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยหรือห้องปลอดฝุ่น ให้มีความเหมาะสมตามแนวทาง และมาตรการป้องกันควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข

“หากทุกฝ่ายร่วมมือกันก็จะสามารถช่วยลดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ และส่งผลให้ปัญหาโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้น จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกคน และทุกภาคส่วน ลด ละ เลิก การเผาป่า การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ภาคก่อสร้างปฏิบัติตามกฎหมาย ภาคอุตสาหกรรมตรวจสอบและติดตั้งอุปกรณ์กรองอากาศ และคนใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ช่วยกันตรวจสอบสภาพรถ เพื่อไม่ให้ปล่อยควันเสียที่เผาไหม้ไม่หมด เพียงเท่านี้ เราก็จะได้มีส่วนร่วมในการยุติปัญหาสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้สิ่งแวดล้อมดี ไม่มีมลพิษในอากาศ และสุขภาพร่างกายก็จะดี อย่างยั่งยืน” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว.



