เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร เดินทางยื่นหนังสือถึงน.ส.ศุภมาส อิสระภักดี รมว.อว. เพื่อขอให้ตรวจสอบมหาวิทยาลัยศูนย์เหรียญที่ออกวีซ่าให้คนจีนได้เป็นนักศึกษาแต่กลับมาแฝงตัวทำงาน
โดยนายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนเดินทางเข้ามายื่นหนังสือด้วยตนเองเพื่อที่จะได้หารือในการแก้ปัญหาเรื่องนี้กับทางอว.และเบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับทางอว.ก็พบว่ามีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาไปแล้วหลายลำดับ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะหากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในไทยกลายเป็นสะพานในการใช้วีซ่านักศึกษาทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยซึ่งไม่ใช่เพียงแค่จะทำให้เกิดการแย่งงานกับคนไทยขึ้นเท่านั้นแต่ยังส่งผลไปถึงเรื่องการพัฒนาศักยภาพของคนไทยเนื่องจากหากบริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนมีการลักลอบคนของประเทศนั้นๆเข้ามาทำงาน สร้างเป็นอาณาจักรขนาดย่อมขึ้นมา ประเทศไทยจะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่การพัฒนาทักษะผ่านเทคโนโลยีและรวมไปถึงรายได้ต่างๆที่บริษัทเหล่านั้นทำได้ด้วยเช่นกัน
“ต้องขอบคุณทางอว.ที่เข้ามารับเรื่องได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเบื้องต้นทางน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว.ได้ชี้แจงเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องมาแล้ว แต่ก็ยังต้องให้ความเป็นธรรมซึ่งก็จะอยู่ในกระบวนการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป” นายวิโรจน์ กล่าว
ด้าน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ในความเป็นจริงทางอว.ได้มีการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขเรื่องนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ว่าอาจจะเผยแพร่เรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชนมากนักเนื่องจากอาจทำให้มหาวิทยาลัยหรือผู้กระทำผิดไหวตัวทันได้ รวมไปถึงเรื่องของกฏหมายของกระทรวงที่บางเรื่องอาจจะทำให้ทางกระทรวงเข้าไปจัดการปัญหาได้ยาก ซึ่งขณะนี้ก็มีเรื่องของการแก้กฎหมายบางฉบับเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหานี้โดยจะมีแถลงการณ์ออกมาในสัปดาห์ต่อไป
“การที่นายวิโรจน์เข้ามาทำให้เรื่องนี้เป็นกระแสสังคมถือเป็นผลดีอย่างมากต่อการแก้ปัญหาเนื่องจากหลายครั้งที่อว.ไม่ได้ความร่วมมือพอเรื่องนี้เกิดเป็นกระแสสังคมขึ้นมาจึงได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมไปถึงมหาวิทยาลัยที่ถูกสอบสวนจากที่เคยให้ข้อมูลช้าก็กลับมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ออกมามากยิ่งขึ้น ขณะนี้อว.ก็ดำเนินการแก้ไขเรื่องปัญหาชาวต่างชาติอย่างเต็มที่และคาดว่าในเร็วๆนี้จะได้ความชัดเจนมากยิ่งขึ้น” น.ส.ศุภมาส กล่าว
น.ส.ศุภมาส กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในวันนี้ (30 เมษายน) ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็จะเข้ามาประชุมหารือกับทางอว.เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาวีซ่าดังกล่าวโดยต้องทำงานร่วมกันกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่รวมไปถึงกับทางกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) และกรมธุรกิจการค้า เพื่อเข้ามาดูบริษัทต่างๆที่มีการรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย ทั้งนี้ในเบื้องต้นมหาวิทยาลัยที่ถูกสอบสวนมีจำนวนอยู่ในหลักหน่วยแต่ไม่เกิน 10 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีการกระทำความผิดที่แตกต่างกันออกไป
ด้านนายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดอว. กล่าวว่า เบื้องต้นตามมาตรฐานของอุดมศึกษาการที่จัดทำหลักสูตรและมีอาจารย์ผู้สอนเป็นชาวต่างชาติทั้งหมดเลยสามารถทำได้แต่จะต้องแจ้งข้อมูลต่างๆมายังอว.ให้ครบและถูกต้อง ซึ่งในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีการรับอาจารย์เข้ามาสอนไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติก็จะต้องแจ้งข้อมูลกับทางอว. และเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ทางอว.กำลังตรวจสอบว่ารายชื่อของอาจารย์ที่แต่ละมหาวิทยาลัยส่งเข้ามาและการดำเนินการสอนเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ถ้าทางอว.พบหลักฐานชัดเจนว่ามีการทำผิดมาตรฐานก็จะสามารถเข้าไปจัดการแก้ไขได้ทันที



