เมื่อวันที่ 2 พ.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ครูและโรงเรียนทั่วประเทศ ว่า ตนขอเน้นย้ำนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่ว่าจะเป็นการลดภาระครู นักเรียนและผู้ปกครอง และการแก้ไขปัญหานิสิตครู โครงการอาหารกลางวัน โครงการสุขาดีมีความสุข โครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งทุกโครงการที่ผ่านมาดำเนินการไปได้ด้วยดีเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างดีเยี่ยม ทั้งนี้การดำเนินงานของตนในช่วงสองปีที่ผ่านมา แม้จะขับเคลื่อนการศึกษาไปได้ด้วยดีแต่ก็ยังมีความท้าทายอยู่เพราะจะต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรให้โรงเรียนและเด็กมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนในวันที่ 16 พ.ค.นี้นั้น ตนฝากให้ทุกโรงเรียนได้ตรวจสภาพอาคารเรียน ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า อาคารสถานที่ส่วนไหนชำรุดเสียหายให้ปรับปรุงซ่อมแซมก่อนเปิดภาคเรียนให้เสร็จสิ้น รวมถึงการจัดทำสื่อการเรียนการสอนจะต้องมีความพร้อม และในการเปิดภาคเรียนนี้จะมีการใช้หลักสูตรสมรรถนะใหม่ ซึ่งเป็นหลักสูตรปฐมวัยและประถมศึกษาตอนต้น ดังนั้นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการขอให้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันขอฝากโรงเรียนให้ดูเรื่องการนำเทคโนโลยีประดิษฐ์ หรือ เอไอ เข้ามาใช้ในประกอบการเรียนการสอนด้วย ทั้งนี้เมื่อเปิดภาคเรียนไปแล้วขอให้ครูได้สำรวจนักเรียนของตัวเองด้วยว่ามีใครตกหล่นจากระบบการศึกษาหรือไม่ และให้ตามกลับมาเรียน โดยเร็วๆ นี้ ตนจะประสานกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในการสร้างระบบตามเด็กกลับมาเรียน เพราะจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยทำหน้าที่ดูแลสำรวจเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา เพื่อไม่ให้เป็นภาระของครู ขณะเดียวกันเรื่องการผ่อนผันแต่งเครื่องแบบลูกเสือนั้น ขอให้เป็นดุลพินิจของโรงเรียนตามสภาพบริบทแต่ละพื้นที่ จึงทำให้ ศธ.ได้ออกแบบหลักเกณฑ์ชุดลูกเสือให้มีชุดลำลองเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย คือ การแต่งเครื่องแบบนักเรียนหรือชุดพละและใช้สัญลักษณ์ผ้าพันคอกับหมวก ซึ่งแนวทางหลักสำคัญคือการลดภาระผู้ปกครองและนักเรียน
“ส่วนการจัดสรรอุปกรณ์สอนการเสริมให้แก่ครูและนักเรียนนั้นจะดำเนินการจัดสรรได้ในช่วงภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์รอบ 2 เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยตัวเครื่องเราจะเน้นสเปกสูงให้คุ้มค่าและมีคุณภาพการใช้งาน ซึ่งจะจัดสรรให้แก่กลุ่มโรงเรียนคุณภาพระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 600,000 เครื่อง” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว



