สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ ชาลเลนแบร์ก แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าปัจจุบัน 65% ของประชากรในออสเตรีย ที่มีจำนวนประมาณ 8.9 ล้านคน ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบแล้ว อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวถือว่าอยู่ในอันดับท้ายตาราง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคยุโรปตะวันตก
Due to record Covid-19 case counts and crowded intensive care units, Austria is expecting to declare nationwide lockdown of unvaccinated people, in what would be the broadest restrictions that any country has yet placed on those who have opted not to get the jab. pic.twitter.com/1s4eTla22D
— Forbes (@Forbes) November 11, 2021
ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์ตอบสนองต่อโควิด-19 เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า เมื่อใดก็ตามที่สัดส่วนการครองเตียงของผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในห้องไอซียูทั่วประเทศ คิดเป็นมากกว่า 30% เมื่อนั้น รัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการ “ล็อกดาวน์กับผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน” กล่าวคือ การจำกัดการเคลื่อนไหวในสถานที่สาธารณะ และการห้ามออกจากบ้าน “หากไม่มีความจำเป็นยิ่งยวด”
ปัจจุบัน อัตราการครองเตียงของผู้ป่วยหนักโรคโควิด-19 ในห้องไอซียู อยู่ที่มากกว่า 20% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแบบอัตราเร่ง ผู้นำออสเตรีย กล่าวว่า ทิศทางดังกล่าวหมายความว่า การบังคับใช้มาตรการดังกล่าว “จำเป็นต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาอีกไม่นานนี้”
อนึ่ง นับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลออสเตรียบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นกับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 คือการห้ามเข้าใช้บริการร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม สกีรีสอร์ท และ “สถานที่ให้บริการแบบปิด” อาทิ ร้านทำผม.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

















