เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง หลัง สส.ไอซ์ รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน เปิดประเด็นตรวจสอบสำนักงาน กสทช. ผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามหลากหลาย ทั้งอาคารใหม่มูลค่า 2.6 พันล้านบาท ที่ก่อสร้างค้างมานาน 3 ปี, คุณสมบัติของประธาน กสทช., การฮั้วอำนาจครอบงำในองค์กร และการไม่มีเลขาธิการ กสทช. ตัวจริงมาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา
อีกเรื่องสำคัญที่ สส.รักชนก ตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตคือ การต่อสัญญาจ้างรองเลขาธิการ กสทช. ที่ส่อว่าน่าจะขัดต่อกฎหมายและกำลังมีผลเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. นี้ เป็นต้นไป ที่น่าสนใจก็คือ เป็นสัญญาจ้างของ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ซึ่งโดยตำแหน่งจริงๆ เป็นรองเลขาธิการ สายงานยุทธศาสตร์และกิจการองค์กร แต่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรักษาการเลขาธิการ กสทช. (กรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง) ตั้งแต่ 1 ก.ค. 2563 แทน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาธิการ กสทช. ที่ลาออกไปสมัครบอร์ด กสทช. แต่เมื่อสรรหาไม่ได้เลยผันตัวไปเล่นการเมือง ปัจจุบันสังกัดพรรคไทยสร้างไทย
สส.ไอซ์ ระบุว่า ตามสัญญาจ้างแล้ว นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล จะสิ้นสุดสัญญาจ้างในวันที่ 30 เม.ย. 2568 แปลว่า ตามกฎหมายเมื่อถึงเวลา นายไตรรัตน์จะต้องออกจากตำแหน่ง ซึ่งการจะต่อสัญญาจ้างตำแหน่งรองเลขาธิการฯ นั้น เลขาธิการ กสทช. ตัวจริงต้องเป็นผู้พิจารณาเท่านั้น หรือถ้าจะจ้างใครเป็นพนักงานประจำ ก็ต้องให้เลขาธิการฯ ตัวจริงเป็นผู้พิจารณาอีกเช่นกัน
พร้อมตั้งคำถามถึงกรณีของรองเลขาธิการฯ ท่านหนึ่งที่ออกคำสั่งให้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ หรือก็คือจะเกษียณก็ตอนอายุ 60 ปี เพื่อที่เมื่อถึงเวลาจะได้ไม่หลุดจากตำแหน่งรักษาการเลขาธิการฯ หรือไม่ และต่อมารองเลขาธิการฯ คนดังกล่าวก็ออกหนังสือ ด่วนที่สุด “ลับ” เรื่องขอให้ติดตามยกเลิกคำสั่งดังกล่าว
คำสั่งตั้งแล้วขอยกเลิก? หลุดเอกสาร“ไตรรัตน์” นั่งรองเลขาฯยาวถึงเกษียณ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ กรรมการบางส่วนเสนอให้บรรจุวาระเพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งดังกล่าว ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ปฏิเสธ โดยระบุว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ได้สั่งการและมอบหมายตรวจสอบเรื่องนี้เกิดขึ้น
ประธาน กสทช.สั่งสอบหนังสือตั้ง “ไตรรัตน์” พนักงานประจำไปจนถึงเกษียณ
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าจับตา คือกรณี บริษัททรูฯ ส่งหนังสือคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต ไม่ให้ร่วมพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัททรูฯ เนื่องจากมีคดีอยู่ในศาลอาญาทุจริตฯ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์นั้น รายงานข่าวระบุว่า เรื่องนี้ได้ถูกนำเข้าสู่การประชุม อนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กสทช. แล้ว และมีแนวโน้มว่าจะถูกบรรจุในวาระการประชุมของ กสทช. วันที่ 7 พ.ค. นี้ ด้วย
ทั้งนี้สองประเด็นดังกล่าวสะท้อนปัญหาในการบริหารงานของ กสทช. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรและความไว้วางใจจากสาธารณะ รวมทั้งประเด็นความขัดแย้งต่างๆ ในองค์กรที่ผ่านมาด้วย



