เมื่อวันที่ 7 พ.ค. นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง “สลาก กอช. การออมทางเลือกใหม่เพื่อวัยเกษียณ : เปิดมุมมองร่าง พ.ร.บ.หวยเกษียณ” โดยสืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ ได้รับมอบหมายให้พิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ การเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สามารถออกและขาย “สลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ” หรือ “สลาก กอช.” หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “หวยเกษียณ” ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่มุ่งหมายในการเสริมสร้างวินัยทางการเงินและสร้างหลักประกันรายได้ในวัยเกษียณ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานนอกระบบและกลุ่มเปราะบางที่ยังเข้าไม่ถึงสวัสดิการภาครัฐอย่างทั่วถึง รวมทั้งประชาชนทั่วไปสามารถซื้อสลากในราคาที่เข้าถึงได้ และเงินที่ใช้ซื้อสลากจะถูกเก็บสะสมเป็นเงินออมในระบบของกองทุนที่สามารถถอนคืนพร้อมผลตอบแทนเมื่ออายุครบ 60 ปี
นางวราภัสร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยเชิญหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้แก่ กองทุนการออมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งผลการหารือร่วมกันมีข้อเสนอที่น่าสนใจ อาทิ ข้อห่วงใยด้านผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบางและความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการออมในลักษณะหวยเกษียณ ข้อเสนอให้กำหนดผลตอบแทนที่ชัดเจนเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเข้าร่วม การศึกษาผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและความมั่นคงของระบบกองทุนในระยะยาว การประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าใจแนวทางนี้อย่างแท้จริง และการกำหนดเป้าหมายสมาชิกและวางแผนเชิงรุกเพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม

นางวราภัสร์ กล่าวต่ออีกว่า ดังนั้น เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้านและเป็นการเปิดเวทีให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง คณะกรรมาธิการฯ จึงได้กำหนดจัดเสวนาเรื่อง “สลาก กอช. การออมทางเลือกใหม่เพื่อวัยเกษียณ : เปิดมุมมองร่าง พ.ร.บ. หวยเกษียณ” ในวันที่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 09.00–14.00 น. ณ ห้องประชุม 402–403 อาคารรัฐสภา โดยเชิญวิทยากรจากหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ รวมทั้งผู้แทนประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมอย่างเปิดกว้าง เชื่อมั่นว่า หากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อออกแบบระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และกำหนดผลตอบแทนที่จูงใจก็จะสามารถสร้างแรงจูงใจในการออม ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านสวัสดิการและลดภาระงบประมาณของรัฐในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคตได้อย่างยั่งยืน.



